Trend/เราจะเห็นความสำคัญของระบบหรืออะไรก็ตามที่ใกล้ตัวและช่วยขับเคลื่อนชีวิตประจำวัน
ก็ต่อเมื่อเกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ขาดแคลน มีมากจนล้น
กลไกติดขัดหรือไม่ราบรื่นขึ้นมา เช่นที่เกิดกับซัปพลายเชนโลกช่วงโควิดระบาด
ซึ่งขณะนั้นทั้งที่ท่ามกลางการลำเลียงสินค้าเป็นไปอย่างยากลำบากจากมาตรการล็อกดาวน์อยู่แล้ว
ยังมาเกิดเรือสินค้า Ever Given เกยตื้นปิดคลองสุเอซหลายวันขึ้นอีก
จนสินค้าเริ่มราคาแพง
ล่าสุดซัปพลายเชนโลกก็เกิดปัญหาขึ้นอีกจากปัจจัยมากมายที่ประดังเข้ามา
ย้อนไปปี 2023 การลำเลียงสินค้าทางเรือเกิดสะดุด
จากปัญหากลุ่มกบฏฮูตีก่อความไม่สงบในทะเลแดง ทำให้เรือลำเลียงสินค้าของบริษัทต่าง
ๆ รวมถึง Maersk บริษัทเดินเรือเบอร์ต้น ๆ
ของธุรกิจนี้ต้องไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮป จนเสียทั้งเวลาและค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น
ในปีเดียวกันภาวะโลกร้อนก็ทำให้ระดับน้ำในคลองปานามาลดลงอย่างมาก
จนเรือสินค้าที่ผ่านเข้าออกต้องชะลอความเร็วลง
และต่อมาสถานการณ์แทบยังไม่ดีขึ้นจนจำนวนเรือที่ผ่านเข้าออกลดลงไปจนน่าใจหาย
ทั้ง 2
ปัญหาทำให้ทั้งเวลาและค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ขณะที่วัตถุดิบและชิ้นส่วนต่าง ๆ
ก็ไปไม่ถึงโรงานประกอบและสายพานการผลิตตามกำหนด จนเมื่อมาต้นปี 2024 ค่ายรถใหญ่ 2 แห่ง คือ Tesla กับ
Volvo ต้องหยุดสายการผลิตชั่วคราว
ท่ามกลางการรายงานว่า
เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมาค่าขนส่งตู้สินค้าขนาด 40 ฟุตทางเรือขยับไปอยู่ที่ 8,587 ดอลลาร์ (ราว 282,000 บาท) ต่อตู้ พุ่งขึ้นมาถึง 468% จากธันวาคมปี 2023
ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ดันราคาสินค้าต่าง ๆ ในหลายประเทศแพงขึ้น
ทว่าก็มีปัจจัยที่กระทบต่อการลำเลียงสินค้าทางเรือ
และซัปพลายเชนขึ้นมาอีก
ซึ่งหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นคงจะดันราคาสินค้าให้แพงขึ้นต่อเนื่อง
ปลายกันยายนที่ผ่านมาสหภาพแรงงานท่าเรือฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
ทั้ง 14 แห่ง จำนวนกว่า 50,000 คน
ประกาศประท้วงหยุดงานครั้งใหญ่และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี
หลังการเจรจาขอขึ้นค่าแรง
และต่อต้านการใช้ระบบอัตโนมัติรวมไปถึงเทคโนโลยีอันนำไปสู่การลดแรงงานคนไม่เป็นผล
โดยมีความเป็นไปได้สูงว่า
สถานการณ์จะยืดเยื้อ เพราะประธานาธิบดี Joe Biden จะปล่อยให้ตัวแทนสหภาพกับผู้บริหารท่าเรือเจรจากันเองแทนการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเข้าไปแทรกแซง
ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า
หากสถานการณ์ยืดเยื้อขึ้นมาจริง ๆ จะส่งผลให้สินค้าจำเป็นบางอย่าง เช่น
กระดาษชำระสำหรับใช้ในห้องน้ำ ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศขาดแคลน
พอล่วงเข้าสู่ตุลาคม
อิสราเอลก็โจมตีอิหร่าน ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคุกรุ่นจากการที่อิสราเอลโจมตีทั้งปาเลสไตน์และลาบานอนก่อนหน้านี้
ทวีความรุนแรงขึ้น
ท่ามกลางความกังวลว่า
หากอิหร่านตอบโต้อิสราเอลสถานการณ์จะยิ่งบานปลาย และดันราคาน้ำมันให้แพงขึ้น
เพราะอิหร่านก็เป็นประเทศส่งออกน้ำมัน
จากปัจจัยลบทั้งหมดที่กล่าวมา การลำเลียงสินค้าทั่วโลกจึงทำได้ยากขึ้น
เพราะต้องเลี่ยงเส้นทางที่เกิดความขัดแย้ง
บางพื้นที่ต้องเดินเรือช้าลงจากระดับน้ำที่ลดลงไป
และไม่สามารถเข้าไปเทียบจอดเพื่อนำสินค้าได้หลังคนงานท่าเรือประท้วงหยุดงาน
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มแพงขึ้นอีกจากวิกฤตในตะวันออกกลาง
โดยอาจขึ้นไปถึง 80 ดอลลาร์ (ราว 2,635
บาท) ต่อบาร์เรล
ซึ่งหากสถานการณ์ต่าง ๆ
ยังไม่คลี่คลายหรือทุเลาลงบ้าง ที่สุดราคาสินค้าก็ย่อมต้องแพงขึ้นตามมา
โดยผู้ที่รับผลกระทบตรงคือประชาชนทั่วโลก
ที่ยังต้องหาเช้ากินค่ำท่ามกลางพิษเศรษฐกิจนั่นเอง/theguardian, bbc, cnn
Source :https://marketeeronline.co/archives/381198