เทรนด์คนรุ่นใหม่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวมาแรงไม่หยุด!
โดยเฉพาะช่วงโควิด ทำให้ ‘พัทยาฟู้ด’ ส่งแบรนด์ Regalos
และ REMY ทั้งอาหารเปียกและขนม
เข้าเจาะกลุ่มทาสแมว หวังชิงส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยที่เติบโตกว่า 30%
ต่อปี
UPDATE: ‘พัทยาฟู้ด’ ส่งแบรนด์ Regalos-REMY ขนทัพอาหารเปียกและขนม
‘เจาะทาสแมว’ พร้อมชิงเค้กตลาดอาหารสัตว์ในไทยที่โตกว่า 30%
เทรนด์คนรุ่นใหม่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวมาแรงไม่หยุด!
โดยเฉพาะช่วงโควิด ทำให้ ‘พัทยาฟู้ด’ ส่งแบรนด์ Regalos และ REMY ทั้งอาหารเปียกและขนม
เข้าเจาะกลุ่มทาสแมว หวังชิงส่วนแบ่งตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในไทยที่เติบโตกว่า 30%
ต่อปี
พร้อมตั้งเป้าขึ้นเป็นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลกภายใน
3 ปี
โดยเร็วๆ นี้เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารคนเพิ่มอีก 4-5
รายการ ซึ่งหากเจาะลึกถึงอาหารสัตว์เลี้ยงที่รับความนิยมมากที่สุดคือแบบเม็ด
ตามด้วยแบบเปียก และขนมขบเคี้ยว
เรียกได้ว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจมากจริงๆ
แต่อีกด้านนั้นก็มีการแข่งขันที่สูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะการกระโดดเข้ามาของรายใหญ่ๆ
เริ่มตั้งแต่ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่หันมาทำธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
ภายใต้แบรนด์ Lifemate ทั้งอาหารแห้งและอาหารเปียก ตามด้วย บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน)
ที่ส่งขนมขบเคี้ยว ภายใต้แบรนด์ MOMO & FRIENDS เจาะตลาดทาสสุนัขด้วยเช่นเดียวกัน
วิชัย กรณปกรณ์
ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพัทยาฟู้ด กล่าวว่า
เราเห็นว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีโอกาสเติบโตอย่างมาก
โดยเทรนด์นี้เกิดขึ้นหลังจากโควิดที่ผ่านมา
คนทำงานอยู่บ้านและมีเวลาเลี้ยงสัตว์มากขึ้น
สำหรับแบรนด์ Regalos และ REMY วาง Positioning ต่างกัน โดยแบรนด์ Regalos มีทั้งอาหารเปียกและขนมขบเคี้ยวของแมว ส่วน REMY เป็นแบรนด์อาหารสัตว์ที่ได้ร่วมทุนกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
ซึ่งสินค้าจะถูกพัฒนาจากนักโภชนาการของสัตวแพทย์
ยิ่งไปกว่านั้น
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ละครั้งเราเน้นสร้างแบรนด์เป็นหลัก
ด้วยการนำอินไซต์จากกลุ่มลูกค้า ซึ่งบริษัทมีทีมเก็บรวบรวมเทรนด์ใหม่ๆ
และการเปลี่ยนแปลงในช่องทางขาย B2B
เพื่อนำมาปรับตัวรองรับกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงแล้ว
บริษัทยังโฟกัสกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ภายใต้ 7 แบรนด์ เช่น Nautilus, Nautilus Lite,
Nautilus XTEN, มงกุฎทะเล, ซีคราวน์
และขนมขบเคี้ยวไททัน โดยทุกๆ แบรนด์จะตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกันออกไป
และเน้นพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาทำตลาดผ่านช่องทางใหม่ๆ อย่าง TikTok ที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างครอบคลุม
ทั้งนี้
หากย้อนไปในช่วง1-2
ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พัฒนาซูเปอร์ฟู้ดแบรนด์ XTEN ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มัลติเกรน โอ๊ตมีล อยู่ในเซ็กเมนต์อาหารพร้อมรับประทาน
มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตเร่งรีบ
ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
และทำให้เห็นว่าตลาดอาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สร้างการเติบโตได้
ถึงกระนั้นการทำตลาดก็ไม่ง่าย
จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่กำลังชะลอตัว บวกกับต้นทุนการผลิตที่ยังปรับตัวขึ้นสูง
แต่กลุ่มสินค้าอาหารกระป๋องทูน่าเราเป็นสินค้าควบคุม ไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้
ทำให้บริษัทต้องปรับตัว ขยายพอร์ตสร้างแบรนด์และสินค้าใหม่
เพื่อสร้างรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น
สำหรับปี 2566 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตอยู่ที่
8% ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ปรับลดลงเล็กน้อย
เพราะปีนี้ธุรกิจเจออุปสรรครอบด้าน โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อ
ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่าย เลือกเฉพาะสินค้าจำเป็น
บริษัทได้ใช้โอกาสนี้หันมาพัฒนาองค์กรและพนักงานให้มีศักยภาพพร้อมรับมือกับตลาดที่จะกลับมามีสัญญาณบวกในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในปี 2565 ที่ผ่านมา พัทยาฟู้ด กรุ๊ป
หรือ PFG มีรายได้อยู่ที่ 8,200 พันล้านบาท
เติบโต 11% ต่อปี โดยมีสัดส่วนยอดขายส่งออกต่างประเทศ (OEM)
อยู่ที่ 75% และยอดขายของ OBM
(Original Brand) อยู่ที่ราว 25%
Source : FB
ThestandardWealth