ยาดมสมุนไพรไทยกระปุกเขียวแบรนด์
‘หงส์ไทย’ กลายเป็นไอเทมยอดฮิตของคนไทยไปจนถึงคนต่างชาติ เหล่าคนดังพากันติดใจ
ไม่ว่าจะเป็น ลิซ่า Blackpink, แจ็คสัน หวัง รวมทั้งนักแสดง Hollywood
อย่างคริส เฮมส์เวิร์ธ อีกทั้งยังมีซีนในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
ปารีส 2024 เมื่อนักกีฬาไทยสูดดมในการแข่งขัน ได้ออกจอไปสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก
ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึง ‘เสน่ห์ความเป็นไทย’
ที่ฉายภาพออกมาในตัวผลิตภัณฑ์และมุมมองการทำงานออกมาได้อย่างครบถ้วน จนใครๆ ต่างพากันขนานนามให้เป็นอีกหนึ่งพลัง
Soft Power ของไทย
เรื่องราวการเดินทางของหงส์ไทยนับตั้งแต่ก้าวแรก ผ่านวิกฤตต่างๆ จนมาสู่เติบโตที่ยากจะหยุดยั้ง ณ ปัจจุบัน ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งเราอยากจะพาคุณไปย้อนดูอีกครั้ง กว่าจะมีวันนี้ได้หงส์ไทยต้องผ่านอะไรมามากมายเหลือเกิน ซึ่งบอกได้เลยว่าไม่ใช่เพราะโชคช่วยแน่นอน

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ต้องบอกว่า
คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของ บริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด
เป็นคนมีเลือดนักสู้อย่างแท้จริง
โดยเส้นทางชีวิตของคุณเก่ง
เริ่มทำงานมาตั้งแต่อายุ 13 เพราะตอนนั้นจบ ป.6
และคิดว่าอยากจะออกมาทำงานช่วยเหลือที่บ้าน
เนื่องจากเห็นพ่อขับแท็กซี่ทำงานคนเดียวเลี้ยงลูก 6 คน
คุณเก่งเริ่มทำงานตั้งแต่เป็นเด็กหยิบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อยู่บ้านหม้อ
อยู่โรงพิมพ์ขับเวสป้าส่งเอกสาร ไปทำโบรชัวร์ แคตตาล็อก ไปเป็นทหาร
ปลดจากทหารออกมาทำการค้าเอง
โดยค้นพบว่าตัวเองมีเทคนิคในการพูดการขายจึงไปขายแคปหมูน้ำพริก
ระหว่างนั้นอยากหารายได้เสริมด้วย
ก็ไปเจอคอลัมน์สร้างอาชีพเกี่ยวกับการทำพิมเสนน้ำ เสียค่าเรียน 200 บาทเมื่อประมาณ
20 ปีก่อน
คุณเก่งไปเรียนทำพิมเสนน้ำ
ทำออกมารอบแรกไม่สำเร็จ หยุดไป 2 เดือน หลังจากนั้นก็กลับมาทำอีก
โดยส่งร้านโชว์ห่วยซึ่งเป็นลูกค้าในการส่งแคปหมูน้ำพริกอยู่
ปรากฏว่าไม่ตอบโจทย์การขายจึงเปลี่ยนไปส่งปั๊มน้ำมัน
เน้นการขายตามถนนใหญ่รถผ่านเยอะๆ รวมทั้งขายเป็นของชำร่วยตามงาน
ที่ปั๊มน้ำมันผลออกมาดี ซึ่งคู่แข่งเจ้าอื่นๆ ก็ดีด้วย จึงเกิดการห้ำหั่นกันในเรื่องราคา
แต่คุณเก่งยอมไม่ได้ที่จะลดสเปกวัตถุดิบเพื่อทำราคาให้ถูกไปสู้
ในที่สุดก็เลยต้องหยุดทำไปเพราะยอดซา และภาพรวมของตลาดก็ซาลง
คราวนี้คุณเก่งกลับไปทำงานประจำอยู่ประมาณ
3 ปีครึ่ง จนมีเหตุให้ต้องออกจากงานมา วันหนึ่งระหว่างคุณเก่งไปตระเวนหาลูกค้าเก่าๆ
ที่ปั๊มน้ำมัน มีเด็กปั๊มมาบอกว่า
มีลูกค้ารายหนึ่งแวะเวียนมาถามหาสินค้าหงส์ไทยทุกๆ เดือนเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง
ซึ่งคุณเก่งคิดว่า นี่คือใจความสำคัญของผู้บริโภค คุณเก่งตั้งคำถามกับตัวเองว่า
ทำไมลูกค้าคนนี้ถึงรอ เหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะความแน่วแน่ในการรักษาคุณภาพของแบรนด์
แล้วคุณเก่งก็พบว่านี่คือเส้นทางที่ต้องไป
หงส์ไทยเติบโตมาจากการถูกตำหนิ
ไม่ว่าจะ ไม่หอมเลย ไม่ร้อนเลย ไม่แรงเลย ทุกโปรดักต์ทำไปแก้ไป
ถูกพัฒนาทั้งหมดรวมกันไม่ต่ำกว่า 500 รอบ ส่วนวิวัฒนาการของกระปุกสีเขียว
มาจากการทำน้ำมันสมุนไพร ซึ่งมีเนื้อสมุนไพรเหลือ พอลองดมจากโหล พบว่ารู้สึกดี
โล่ง จึงลองไปหากระปุกมาใส่ เผื่อลูกค้าชอบ
ทดลองขายอยู่สักพักก็มียอดออร์เดอร์ของชำร่วยเข้ามา 600 กระปุก
คุณเก่งสันนิษฐานว่าน่าจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ลูกค้าดมแล้วรู้สึกดี
ซึ่งที่สุดแล้วหงส์ไทยนี้สามารถพัฒนาจนหาค่ากลางของกลิ่นได้จึงทำให้เป็นที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย
กล่าวได้ว่า
การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งไม่ว่าจะกับเส้นทางชีวิตหรือแบรนด์
คือหัวใจสำคัญในการไปถึงเส้นชัยของคุณเก่ง ส่วนการทำยาดมหาย
เอาไปวางไว้ที่โน่นที่นี่แล้วลืมเนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนั้น
ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับลูกค้า แม้แต่ตัวเจ้าของเองก็ลืมบ่อยเหมือนกัน
ถอดรหัสการพลิก 3 วิกฤติธุรกิจและเปลี่ยนเป็นการสร้างโอกาส

ตลอดระยะเวลา 18 ปีที่ผ่านมา
หงส์ไทยประสบวิกฤตหนักๆ อยู่ 3 วิกฤติ
ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำมาสู่ความแข็งแกร่งในปัจจุบัน
วิกฤตด้านการบริหารคน: เราเข้าใจเขา
เขาเข้าใจเรา
ช่วง 8 ปีแรกองค์กรต้องเผชิญกับปัญหาพนักงานออกแบบรายวัน เนื่องจากเกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘คลื่นใต้น้ำ’ คนในองค์กรมีการปลุกปั่นพนักงาน สร้างความเข้าใจผิดในตัวผู้บริหาร ตัวองค์กร
สิ่งที่คุณเก่งทำคือ
ยึดหลักไม่เอาชนะความคิดที่ผิดด้วยการตอบโต้แบบไร้เหตุผล
แต่ใช้หลักเหตุและผลในการบริหารและพูดคุยกับพนักงาน เอาความจริงชนะความคิดที่ผิด
ใช้เวลาในการพิสูจน์ แก้ปัญหาตามความเป็นจริง

พร้อมกันนี้ยังใช้กลยุทธ์การบริหารคน
‘เราเข้าใจเขา เขาเข้าใจเรา’ ให้พนักงานเกิดความรู้สึกว่าองค์กรเข้าใจเขา
เมื่อองค์กรเข้าใจพนักงาน สิ่งที่ได้กลับสู่องค์กรก็คือ
พนักงานเข้าใจในตัวองค์กรและพร้อมจะก้าวไปข้างหน้ากับองค์กร
ปัจจุบันหงส์ไทยมีพนักงานเก่าที่อยู่กับหงส์ไทยมากกว่า 10 ปีถึงกว่า 200 คน จากพนักงานทั้งหมดที่มีในปัจจุบันราว 500 คน และบริษัทไม่มีปัญหาเรื่องบุคลากรไหลออกหรือเข้าใจผิดในตัวองค์กรอีกเลย
วิกฤตต้นทุนพุ่ง:
เน้นบริหารด้วยเงินสด รู้ความสามารถตัวเอง
ก่อนโควิด 19
บริษัทประสบปัญหาราคาต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงนานกว่า 30 เดือน จากปกติราคา 1,300
บาทต่อกิโลกรัมเป็น 2,000 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังต้องทำต่อเพราะมีพนักงานต้องดูแล
คิดว่าวันนี้ยอมขาดทุน อนาคตเดี๋ยวก็ได้กำไร
ยอมนำทรัพย์สินที่มีอยู่ไปหมุนเป็นเงินสด เพื่อนำมาดำเนินธุรกิจ
พอเริ่มที่จะปรับตัวได้โควิด 19 ก็มา

ช่วงโควิด 19
ปรากฏว่ายอดขายของหงส์ไทยหายกว่า 85% บริษัทใช้กลยุทธ์ทำงาน 15 วัน หยุด 15 วัน
ทำแบบนี้อยู่ 2 เดือน ไม่มีนโยบายปลดพนักงาน ในช่วง 2 เดือนแรกจ่ายค่าจ้าง 50%
เดือนที่ 3-4 จ่าย 80% เดือนที่ 5 กลับมาจ่าย 100% และมีการชดเชยแบบให้เปล่านาน 2 เดือน ในเดือน
พ.ย.-ธ.ค. 2563 จากนั้นก็เข้าสู่ภาวะปกติ
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เห็นว่า
การบริหารจัดการแบบมีเงินทุนหมุนเวียนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตที่จำเป็นต้องมีเงินสดสำรองให้มากพอ
กระทั่งวันนี้ หงส์ไทย ก็ยังคงบริหารจัดการแบบเงินสดหมุนเวียน
ไม่มีการยื่นขอสินเชื่อ ส่วนหนึ่งจะทำให้องค์กรรู้ความสามารถของตัวเอง
สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองได้
วิกฤตพนักงานขายไร้มาตรฐาน:
ตั้งมาตรฐานใหม่ สร้างความแตกต่าง
ในอดีตบริษัทประสบปัญหาเรื่องพนักงานขายซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเติบโต
มีแนวคิดและวิธีการทำการตลาดไม่เหมาะสม เช่น
ใช้วิธีเปรียบเทียบสินค้ากับสินค้าของบริษัทอื่นในตลาด
กล่าวอ้างว่าสินค้าของบริษัทดีกว่าอย่างไร ซึ่งที่ถูก
ต้องทำให้ลูกค้าซื้อเพราะตัวสินค้าของบริษัทดีจริงๆ
ไม่ใช่เพราะการเปรียบเทียบกับใคร หรือมุ่งทำแต่ยอดขายเพื่อหวังค่าคอมมิชชั่น
โดยไม่สนใจการบริการหลังการขาย มีการเลือกลูกค้า เจ้าไหนสั่งน้อยก็ไม่อยากส่งให้
ในช่วงแรกๆ บริษัทจึงไม่สามารถสร้างยอดขายหรือขยายตลาดได้อย่างที่ควรจะเป็น

ปัจจุบันบริษัทจึงสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับพนักงานขาย โดยพนักงานของบริษัทจะไม่ได้รับค่าคอมมิชชั่น เพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานมุ่งหวังแต่จะสร้างยอดขายเพียงอย่างเดียว จนลืมจรรยาบรรณในการค้าขาย หรือลูกค้ารายไหนอยากทดลองนำสินค้ามาขายก่อนในจำนวนเพียงไม่กี่ชิ้น ทางบริษัทก็ยินดีที่จะส่งให้ เพราะบริษัทต้องการมอบสิ่งที่ดีให้กับคู่ค้าและลูกค้าทุกคน บนมาตรฐานเดียวกัน
ตลาดยาดมเติบโต
หงส์ไทยพร้อมทะยานไปต่อ
- ยอดขายปี 2566 ของหงส์ไทยสูงถึง 350 ล้านบาท โดยมีหลายปัจจัยด้วยกันที่ผลักดันให้ตลาดยาดมในไทยให้เติบโต (อ้างอิงข้อมูลจาก Nielsen) เช่น
- ยาดมเป็นสินค้าที่เกิดการซื้อซ้ำบ่อย สาเหตุหลักมาจากคนทำหายบ่อยครั้ง – มี New users เพิ่มขึ้น ผลสืบเนื่องจากสภาวะแวดล้อมทุกวันนี้เต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน ทำให้คนใช้ยาดมเพื่อให้ความสดชื่น คลายเครียดให้กับตัวเอง
- ยาดมไทย เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยเฉพาะชาวเอเชีย เช่น จีน, เวียดนาม
- เกิดแบรนด์ใหม่ๆ จากในอดีตตลาดยาดมมี Major Brand ไม่กี่แบรนด์ ขณะที่ปัจจุบันมีแบรนด์ยาดมหลายแบรนด์และหลายแบบให้เลือกมากมาย
- ความหลากหลายของ Distribution Channel นอกจากช่องทางร้านค้า Modern Trade และร้านขายยาแล้ว ปัจจุบันยังมีช่องทางออนไลน์เข้ามา ทำให้ยาดมเป็นสินค้าหาซื้อได้ง่าย-สะดวก

หงส์ไทยเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเข้าเซเว่น
อีเลฟเว่น
ก็ส่งผลให้ยอดขายและชื่อเสียงของแบรนด์เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้น
และปีนี้ทางบริษัทยังได้จัดตั้งโรงงานแห่งใหม่บนพื้นที่ 1 ไร่ โดยใช้งบลงทุนประมาณ
60 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว
จากปัจจุบันมียอดผลิตอยู่ที่ประมาณ 50,000 ขวดต่อวัน พร้อมตั้งเป้ายอดขายปี 2567
ไว้ที่ 500 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าว่าในปี 2570
จะเป็นบริษัทที่มีบริการหลังการขายที่ดีที่สุดของวงการยาใช้ภายนอกของไทย
Source : https://www.marketingoops.com/exclusive/business-case/hongthai-story/