มติครม. ล่าสุด วันนี้ เห็นชอบ โครงการ Easy E-Receipt มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 หมื่นบาท เริ่ม 15 ม.ค. 68 แบ่งวงเงิน 3 หมื่นสำหรับช้อปสินค้า-ท่องเที่ยว และ 2 หมื่นสำหรับสินค้าชุมชน-OTOP
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด วันนี้ (24ธ.ค.67) ที่มี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. มีมติเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ Easy E-Receipt ซึ่งเป็นของขวัญปีใหม่ 2568 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ
โครงการ Easy E-Receipt เป็นมาตรการลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ที่มุ่งส่งเสริมการใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนระยะเวลาดำเนินการ:
- เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2568
- ระยะเวลารวม 45 วัน
- ครอบคลุมช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันวาเลนไทน์
วงเงินและการแบ่งสัดส่วน:
- วงเงิน 30,000 บาท สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคและการท่องเที่ยว
- ครอบคลุมสินค้าทั่วไปในชีวิตประจำวัน
- รวมถึงแพ็คเกจท่องเที่ยว การจองโรงแรม และบริการด้านการท่องเที่ยว
- สนับสนุนการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19
- วงเงิน 20,000 บาท สำหรับสินค้าชุมชน
- สินค้าจากวิสาหกิจชุมชน
- ผลิตภัณฑ์ OTOP
- มุ่งเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก
เงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ:
- ร้านค้าต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- ต้องมีการออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และ e-Receipt
- ผู้ซื้อต้องชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
รายการสินค้าและบริการที่ไม่เข้าข่าย:
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ
- สุรา
- เบียร์
- ไวน์
- ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท
- ยานพาหนะและเชื้อเพลิง
- น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ
- รถจักรยานยนต์
- รถยนต์
- เรือ
- บริการทางการเงินและสาธารณูปโภค
- เบี้ยประกันทุกประเภท
- ค่าน้ำประปา
- ค่าไฟฟ้า
- ค่าบริการโทรศัพท์
- ค่าอินเทอร์เน็ต
ผลที่คาดว่าจะได้รับ:
ที่มาของข้อมูล : https://www.thansettakij.com/business/economy/615279
- กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศช่วงต้นปี 2568
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ
- สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและวิสาหกิจชุมชน
- ผลักดันการใช้ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์
- เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี