SME Success Story โอ้กะจู๋ และ สุกี้ตี๋น้อย

ร้านโอ้กะจู๋” ของ “อู๋” ชลากร เอกชัยพัฒนกุล  กับ “โจ้”  จิรายุทธ ภูวพูนผล  (ผวนคำเป็นโอ้กะจู๋) 2 เพื่อนซี้ ที่มีความฝันเมื่อช่วงเรียนมัธยมปลายว่า เรียนจบมหาวิทยาลัยจะลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับการเกษตรร่วมกันโดยมี “ต้อง” เพื่อนอีกคนที่จบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตามเข้ามาช่วยเป็นกองหนุนอีกทาง

 

จากร้านขายสลัดผักสาขาแรกหน้าฟาร์มปลูกผักออแกนิกของพวกเขาที่อำเภอสันทรายเชียงใหม่  สู่สาขาที่สยามสแควร์ สานต่อความฝันของเด็กต่างจังหวัดที่อยากมีที่ยืนในเมืองกรุง (หลังจากขยาย 2 สาขาที่เชียงใหม่)

 

และเมื่อ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เข้ามาถือหุ้น 20% กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ คราวนี้ฝันไกลขึ้นด้วยการวางเป้าหมายเข้าไปเป็นร้านสลัดในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

โดยเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาได้ยื่นไฟลิ่งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมตัวเข้าตลาดหุ้นไทย มีตัวย่อว่า OKJ

 

เป้าหมายในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ คือเพื่อมีเงินทุนในการขยายสาขาเพิ่ม การสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ การลงทุนก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่ การพัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

 

รวมทั้งลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งรูปแบบมีทั้งการร่วมลงทุน การซื้อธุรกิจ และการควบรวมกิจการ เป็นต้น

 

สำหรับปี 2564 ตัวเลขขาดทุนของบริษัทฯสูงถึง 85 ล้านบาท เป็นเพราะ ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 และมีผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายทรัพย์สินสำหรับสาขาสาขาสยามสแควร์ ซอย 7 ที่มีการรื้อถอนเนื่องจากถูกเวนคืนพื้นที่


 



ส่วน “สุกี้ตี๋น้อย” ของ “นัทธมน พิศาลกิจวนิช” หลังกลุ่ม เจมาร์ท เข้ามาถือหุ้น 30%  เมื่อปี 2565 และได้เงินทุนก้อนใหญ่ 1,200 ล้านบาทเข้ามานั้น ยิ่งทำให้เธอสามารถขยายสาขาได้อย่างต่อเนื่อง

 

6 ปี สุกี้ตี๋น้อยขยายไปแล้ว 62 สาขา  ในปีที่ผ่านมาสามารถสร้างรายและกำไรสูงสุดทะลุ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท

 

การเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้นเป็นสิ่งที่ อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ผู้ก่อตั้งอาณาจักรเจมาร์ท เคยพูดไว้ชัดเจนว่า สุกี้ตี๋น้อย บริษัทร่วมทุนล่าสุด คือหนึ่งในบริษัทที่เจมาร์ทจะผลักดันให้เข้าตลาดฯ ภายในปี 2567

 

ดังนั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด 1-2 ปีนี้สุกี้ตี๋น้อยก็จะเป็นบริษัทหนึ่งที่เข้าไปโลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างแน่นอน

 

ส่วนเป้าหมายในการเข้าตลาดฯ ก็เพื่อขยายสาขาของสุกี้ตี๋น้อย เปิดธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ใหม่และเตรียมขยายสาขาไปต่างประเทศ

 

วันนี้ทั้ง “โอ้กะจู๋” และ “สุกี้ตี๋น้อย” คือร้านอาหารที่ ใคร ๆ กำลังติดตาม ว่าจะไปไกลได้แค่ไหน

 

Source : https://marketeeronline.co/archives/349601