สำหรับใครที่เคยไปเที่ยวเกาหลีใต้อาจจะคุ้นเคยหรือได้ยินชื่อของแบรนด์
No
Brand (โนแบรนด์) กันมาแล้วบ้าง เพราะ No Brand เป็นแบรนด์ที่มีสินค้าจำหน่ายมากกว่า 800 รายการ ก่อตั้งในปี 2015 โดย E-Mart
(อีมาร์ท) ซึ่งเป็นร้านลดราคาอันดับ 1 ของเกาหลีใต้
โดย
E-Mart
ตั้งใจให้ No Brand เป็นแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์
เพื่อลดต้นทุนในแง่ของมูลค่าของชื่อแบรนด์
และเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์จำนวนมากด้วยคุณภาพในระดับที่เหมาะสม
ด้วยความเป็น
1 ใน 3 ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ในเกาหลีใต้ของ E-Mart และราคาที่คุ้มค่า
ทำให้ No-brand ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นของใช้ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหารแปรรูปอย่างผลิตภัณฑ์มันฝรั่งทอดกรอบ
ช็อกโกแลตบิสกิต ช็อกโกแลตนม หรือสินค้าอื่น ๆ ก็ตาม
No-brand
แบรนด์ไร้ชื่อที่ไม่ธรรมดา
No-brand
ก่อตั้งขึ้นมาด้วยแนวคิดที่อยากให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าที่จะสนใจในชื่อแบรนด์ต่าง
ๆ เพื่อมุ่งเน้นให้แบรนด์สามารถขายสินค้าได้โดยไม่มีชื่อแบรนด์นั่นเอง
ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ จะเน้นไปที่ความเรียบง่าย
และสินค้าราคาไม่แพงแต่คุ้มคุณภาพ สิ่งเหล่านี้จึงกลายมาเป็นจุดขายของ No-brand
ที่เน้นขายสินค้าดีในราคาถูกนั่นเอง
โดย
No
Brand เริ่มวางขายสินค้าครั้งแรกใน E-mart ในปีที่ก่อตั้ง
ซึ่งจุดประสงค์ในการวางจำหน่ายสินค้าในตอนนั้นคือ เพื่อกระตุ้นยอดขายที่ซบเซาของ E-mart
โดยใช้จุดเด่นอย่างสินค้าดีราคาถูกมาเป็นตัวแก้เกม
ส่งผลให้ในเดือนกรกฎาคม 2022 เทียบกับปี 2021 รายได้ของแบรนด์เติบโตขึ้น 14%
ในขณะที่กำไรเพิ่มขึ้น 3.6%
หลังจากนั้นไม่นาน
ยอดขายของ No Brand ก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจน E-mart ตัดสินใจแยกแบรนด์ออกมาเปิดร้านค้าของตัวเองเดี่ยว ๆ และความนิยมของ No
Brand ก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นี้เท่านั้น No-brand ยังได้ขยายกิจการไปยังต่างประเทศอีกด้วย อย่างในฟิลิปปินส์ No
Brand ก็มีสาขามากกว่า 10 สาขาภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี
The
Brand of No Brand: พลังของแบรนด์ไร้ชื่อ
อย่างที่เป็นที่รู้กันว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผลิตภัณฑ์โดยไม่มีแบรนด์
เนื่องจากจริง ๆ แล้วแบรนด์ไม่ใช่ตราสินค้า โลโก้ หรือข้อความ
แต่เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคเก็บไว้ในใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ เช่นเดียวกับ No Brand
เพราะถึงแม้ว่า
No
Brand จะไม่มีชื่อแบรนด์ แต่ก็หนึ่งในแบรนด์ของ E-mart จึงใช้บรรจุภัณฑ์สีเหลืองเข้มที่เป็นสีประจำของร้าน
เรียกได้ว่าแบรนด์นี้จะสนับสนุนและเป็นที่รู้จักภายใต้แบรนด์ลูกของ E-mart แน่นอน
นอกจากนี้
โดยพื้นฐานแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ No Brand ถูกจัดว่าเป็นแบรนด์ Second
Brand ซึ่งทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยมของผู้คนทั่วไปที่มองหาสินค้าราคาถูกกว่าแบรนด์เนมที่เทียบเคียงได้
รวมไปถึง E-mart เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Shinsegae
(ชินเซแก) ซึ่งเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่ผู้คนนิยมบริโภค
เจ้าของห้าง Lotte, Hyundai, CHICOR และอีกหลายกิจการตัวท็อปในเกาหลีใต้
ผู้คนจึงเชื่อมั่นในคุณภาพของสินค้า No Brand
กลยุทธ์ของ
No
Brand นี้คล้ายคลึงกับกลยุทธ์ของแบรนด์ Muji (มูจิ)
แบรนด์ค้าปลีกชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น อย่างที่เป็นที่รู้กันว่า Muji เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจสูงจากผู้คนทั่วโลกเช่นเดียวกัน
ซึ่ง Muji เป็นแบรนด์ที่สร้างขึ้นจากจุดยืนที่แตกต่างจากแบรนด์อื่น
ๆ สองประการ นั่นก็คือ การไม่มีแบรนด์ (มูจิรุชิ) และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ
(เรียวฮิน)
ถือได้ว่าความนิยมของแบรนด์เรียบง่ายที่เป็นตัวแทนของการไม่มีแบรนด์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์เหล่านี้สร้างแบรนด์โดยอิงจากคุณลักษณะของแบรนด์แบบคลาสสิก
โดยเริ่มจากคำมั่นสัญญาแห่งความไว้วางใจและคุณค่าร่วมกัน
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
จนในที่สุดแบรนด์เหล่านี้ก็จะได้ความนิยมตามมานั่นเอง
No
Brand ขึ้นแท่นหนึ่งในแบรนด์ขนมเกาหลียอดนิยม
อย่างที่รู้กันว่าสินค้าของ
No-brand
จะเป็นสินค้าราคาไม่แพง ซึ่งจะถูกกว่าที่อื่น ๆ อย่างต่ำ 5% เป็นต้นไป
แต่หนึ่งในสินค้ายอดฮิตที่ได้รับความนิยมทั้งในชาวเกาหลีใต้และต่างประเทศคือขนมนั่นเอง
ไม่ว่าจะเป็นขนมมันม่วงแผ่น คุกกี้ช็อกชิป บัตเตอร์คุกกี้
รวมไปถึงเชดด้าชีสบอลที่วางขายแบบเป็นถังให้ได้รับประทานกันได้แบบจุใจ
นอกจากนี้
No
Brand ยังได้เปิดตัวแบรนด์ต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้ง No Brand
Pizza และ No Brand Burger ในปัจจุบัน No
Brand มีสาขามากกว่า 300 แห่งในเกาหลีใต้
ซึ่งในอนาคต No Brand จะเป็นแบรนด์ที่น่าจับตามองในด้านการครองส่วนแบ่งตลาดในเกาหลีใต้ว่าจะสามารถขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีอิทธิพลได้หรือไม่
Source:
https://marketeeronline.co/archives/350011