กระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนามเปิดเผยว่า
การที่เวียดนามปฏิเสธที่จะให้เงินอุดหนุนบริษัทต่างๆ
เพื่อชดเชยภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น
ทำให้นักลงทุนต่างชาติรายใหญ่จำนวนมากย้ายการลงทุนไปที่อื่น
ตามที่รัฐสภาเวียดนามตัดสินใจขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก
(Global Minimum Tax) กับบริษัทข้ามชาติสู่ระดับ
15% ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา
ทำให้บริษัทข้ามชาติจำนวนมากที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในเวียดนามหรือวางแผนที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศต่างแสวงหาการอุดหนุนเพื่อช่วยชดเชยต้นทุนการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น
และเมื่อไม่ได้รับ จึงเปลี่ยนไปลงทุนในประเทศอื่นๆ แทน
ตัวอย่าง เช่น AT&S
บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของออสเตรีย
เดิมทีวางแผนที่จะเข้าไปลงทุนในเวียดนาม แต่ท้ายที่สุดก็ย้ายไปยังมาเลเซีย
เนื่องจากเวียดนามไม่ได้นำเสนอสิ่งจูงใจต่างๆ
หรือมีจำนวนแรงงานที่มีทักษะตามที่กำหนด
นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น Foxconn, Compal และ Quanta ของไต้หวันที่ผลิตอุปกรณ์สำหรับ Apple, IBM และ Cisco
ต่างตั้งใจระงับแผนการลงทุนใหม่หรือแผนการขยายการลงทุนต่างๆ
หากรัฐบาลไม่ให้เงินอุดหนุน
และเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลกในอัตราที่เพิ่มขึ้น
โดยการระงับการลงทุนในครั้งนี้
ยังรวมถึงโครงการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์มูลค่าระหว่าง 500 - 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของบริษัท SMC ในจังหวัดด่งนายอีกด้วย
ขณะที่ กระทรวงฯ ระบุว่า หากไม่มีเงินอุดหนุนหรือนโยบายอื่นๆ
ที่คล้ายคลึงกัน จะส่งผลให้เวียดนามไม่น่าดึงดูดพอสำหรับนักลงทุนต่างชาติอีกต่อไป
จึงเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินมาตรการต่างๆ
ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้บรรดานักลงทุนรายใหญ่แห่ย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศ
และได้เสนอให้จัดตั้งกองทุนสนับสนุนการลงทุนเพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินโดยตรงแก่ธุรกิจที่เข้าเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ ขอบเขตการจัดเก็บภาษี Global Minimum Tax จะพิจารณากลุ่มบริษัทข้ามชาติที่มีรายได้รวมอย่างน้อย
750 ล้านยูโร (800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ใน 2 ปี จาก 4 ปีล่าสุดติดต่อกัน
และจากข้อมูลของกรมสรรพากรเวียดนามพบว่า มีบริษัทข้ามชาติถึง 122 แห่งเข้าตามกฎเกณฑ์นี้
Source
: https://www.facebook.com/photo/?fbid=1037464198384055&set=a.543495231114290