ทำ Personal Brand ร้านอาหารฉบับ “กาแฟคุณพระ-กุ๊กขี้เมา” เริ่มต้นจากมือถือโง่ๆ ที่จอแตกกับการจ้างอินฟลูมาเยอะจนทำเองซะเลย

ของดีของอร่อยจะขายดีได้ด้วยมันตัวเอง” วลีนี้อาจเป็นความจริงเพียงครึ่งหนึ่งสำหรับโลกที่ทุกคนอยู่บนสื่อโซเชียล ! เพราะถ้าจะให้ยอดขายเข้าปังๆ ที่สำคัญคนจำแบรนด์ได้ ก็ต้องสื่อสารยิงตรงไปถึงลูกค้า โดยทั้งเจ้าของร้าน “กาแฟคุณพระ" และ “กุ๊กขี้เมา” ใช้เวที Thailand Restaurant Conference 2024 : เล็กฟัดใหญ่ มาบอกเล่าเคล็ดลับการทำ Personal Brand สร้างตัวตนยังไงให้แบรนด์โต

 

 

 

กว่าจะมาถึงวันนี้ที่มีคนติดตามมากกว่า 3 แสน “มั้ง” พงษ์พันธ์ วิจารย์ประสิทธิ์ เจ้าของร้านกาแฟคุณพระ และติ๊กต็อกเกอร์ชื่อดัง เป็นหนุ่มนักดนตรีกลางคืน พอตอนกลางวันควงตำแหน่งพนักงานบาเรสต้าในร้านกาแฟมาก่อน ด้วยความชอบดนตรีและความหอมของกาแฟเลยเลยเลือกที่จะทำมันทั้งคู่ จนกระทั่งเกิดวิกฤตโควิดตัดสินใจเทเงินหมดหน้าตัก 8,000 บาท เปิดร้านกาแฟของตัวเอง

 

แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าร้านธุรกิจกาแฟเป็น Red Ocean ลำพังร้านกาแฟฟู้ดทรัคมีหรือจะไปสู้กับร้านกาแฟที่ลงทุนหลายล้าน จบวันแรกกาแฟคุณพระขายได้ 300 บาทถ้วน แทนที่จะท้อแต่เขากลับมีความคิดที่จะทำคลิปวิดีโอลง Youtube เพราะคิดว่า “โลกโซเชียลคือตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของนักธุรกิจ” และนี่คือคำแนะนำดีๆ ในการทำ Personal Brand

 

 

  • ความกลัวไม่ทำให้มีประโยชน์อะไรขึ้นมา ดังนั้นจงลงมือทำเลยทันที และทำตัวเป็นนักล่าโอกาส ไหนๆ ก็จับมือถือขึ้นมาใช้ทุกวันอยู่แล้ว
  • เริ่มจากมือถือโง่ๆ เครื่องหนึ่งแถมจอแตก คุณภาพการถ่ายไม่ดีแน่นอน แต่ไม่ต้องไปสนใจ ทำเลยดีกว่าทิ้งเวลาไปเปล่าๆ
  • วันแรกได้ 200 วิวขนาดชวนคนมาดูทั้งหมู่บ้าน อย่าคิดมากให้ทำคอนเทนต์สม่ำเสมอ อย่าหยุดหรือทิ้งช่วง เพราะประสบการณ์ทุกอย่างจะสอนชีวิตได้ดีที่สุด ดูฟีดแบคแล้วนำมาพัฒนาคลิปต่อๆ ไปดีกว่า
  • พูดไม่เก่งก็ซ้อมพูด ตัดต่อไม่เป็นก็อาศัยถ่ายวิดีโอแล้วเรียงไฟล์ให้มีความกระชับ
  • ทำคลิปที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเอง
  • ทำตัวเองให้เป็นหน้าร้าน ออกหน้ากล้องให้คนรู้จัก ถ้าคนรู้จักอะไรๆ ก็ขายได้
  • ลงมือทำไปก่อนโดยไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ เพราะเขาใช้เวลาทำ 11 ปีกว่าจะมีคลิปที่มีคนดู 15 ล้านวิว

 

 

 

ด้าน “เชฟเป้” ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ เจ้าของร้านกุ๊กขี้เมา และยูทูบเบอร์ช่องกุ๊กขี้เมา เริ่มต้นจากการเป็นเชฟโรงแรม 5 ดาวมาก่อนที่จะผันตัวมาเปิดร้านข้าวต้มเป็นร้านแรก ต่อด้วยร้านปิ้งย่างติดลมโคขุนแนวบุฟเฟ่ต์ ถึงจะขายดีแต่มีกำไรเหลือแค่ 10% ต่ำเกินไปสำหรับร้านอาหารเปิดได้ 1 ปีคืนทุนก็เซ้งออกไป ส่วนร้านเดิมที่ทำข้าวต้มก็ลดไซซ์มาเป็นร้านกุ๊กขี้เมา

 

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ลุกขึ้นมาทำ Personal Brand ก็เพราะแต่ละเดือนหมดไปกับค่าตลาดยิงแอดและจ้างอินฟลูเอ็นเซอร์ 10% ของยอดขาย ดังนั้นแทนที่จะเสียเงินไปจ้างคนอื่นก็เอามาทำช่องยูทูบกุ๊กขี้เมาเองน่าจะคุ้มกว่า โดยเชฟเป้มีทริกของการทำ Personal Brand มาฝาก

 


  • อย่ามีข้ออ้าง ให้ทำเลย ไม่เช่นนั้นจะเสียโอกาสเพราะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาในวงการตลอดเวลา
  • ถึงจะเขินแต่เชฟเป้ ใช้ความเป็นธรรมชาติ และความเมาให้เป็นประโยชน์
  • เปลี่ยนตัวเองให้เป็นสื่อ เอาค่าการตลาดมาเป็นค่าโปรดักชั่น หรือถ้าจะโซเชียลมาร์เก็ตติ้ง ไม่ควรเกิน 5% ของยอดขาย
  • ทำคลิปสม่ำเสมอ ให้เวลากับการทำคลิปแค่วันละครึ่งชั่วโมง
  • ถ้ายังไม่กล้า แนะนำให้เริ่มต้นจากการโชว์ครัว วัตถุดิบ วิธีทำ สร้างอีโมชั่นนัลไปยังคนดู ถ้าจะให้ดี Close-up ไปที่อาหาร หรือไปเรียนคอร์สออนไลน์เผื่อจะกล้าบ้าง
  • วันแรกใช้มือถือไอโฟนถ่ายคลิป มียอดคนดูแค่ 40 วิว แต่พอทำไปเรื่อยๆ บทจะมามันก็มาเอง แล้วทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
  • หลังจากตะโกนเสียงดังจนได้ลูกค้าใหม่เข้าร้านแล้ว เขาจะตั้ง KPI กับทีมงานให้เก็บ 20% ไว้เป็นลูกค้าประจำให้ได้ ถึงเวลานั้นคนดูจะน้อยลง ก็ยังมีลูกค้าประจำหล่อเลี้ยงธุรกิจ

 

 

Source : https://www.brandage.com/article/39432