เปิดเงื่อนไข แจกเงินอุดหนุน 50,000 บาท ติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” ใครได้บ้าง คุ้มไม่คุ้ม?

ข่าวดีสำหรับภาคประชาชน เมื่อกระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอเรื่องถึงกระทรวงการคลัง ขอใช้งบอุดหนุนโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน วงเงิน 50,000 ล้านบาท (จัดสรรจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยอุดหนุนค่าติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้แก่ประชาชนในอัตราครัวเรือนละ 50,000 บาท วางเป้าหมายเฟสแรกไว้ที่ 1 ล้านครัวเรือน และมีแผนขยายผลเพิ่มเติมเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน โดยมุ่งหวังปรับเปลี่ยนบทบาทของประชาชนจากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้จ่ายค่าไฟ” ให้กลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้ารายย่อย” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างรายได้ในระยะยาว

สรุปเงื่อนไขและขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการ

  • วงเงินสนับสนุน: รัฐบาลอุดหนุนเงินให้ 50,000 บาทต่อครัวเรือน สำหรับนำไปใช้ติดตั้งระบบแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา (Solar Rooftop) หรือบนพื้นดิน

  • ระบบทางการเงิน ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน โดยเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้าส่วนท้องถิ่นและสถาบันการเงินของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • เกณฑ์การคัดเลือกและการติดตั้ง ใช้ “มิเตอร์ไฟฟ้า” เป็นเกณฑ์หลักในการตรวจสอบความพร้อม โดยการไฟฟ้าฯ จะเข้าดำเนินการติดตั้งสมาร์ตมิเตอร์ (Smart Meter) ให้แก่ครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์ เพื่อรองรับระบบกักเก็บพลังงาน การส่งต่อพลังงาน และการขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าระบบ

  • ระยะเวลาเปิดรับสมัคร คาดว่าจะเริ่มเปิดระบบให้ประชาชนลงทะเบียนได้ตั้งแต่ กลางเดือนตุลาคมนี้ และเปิดรับสมัครยาวต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีหน้า

ผลตอบแทนและการคืนทุนในระยะยาว

โครงการนี้นอกจากช่วยลดค่าไฟในบ้านแล้ว ยังเป็นช่องทางการสร้างรายได้ให้แก่เจ้าของบ้าน ดังนี้:

  • ระยะเวลาสร้างรายได้ ครัวเรือนที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าน้อย แล้วขายไฟฟ้าส่วนเกินที่ผลิตได้คืนให้กับการไฟฟ้า จะได้รับรายได้ต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ ยาวนานถึง 25–30 ปี

  • ประมาณการรายได้ สำหรับระบบการผลิตขนาด 5 กิโลวัตต์ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,000 บาทต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน)

  • กลไกการชำระคืนเงินกู้ รายได้ที่เกิดขึ้นจากการขายไฟฟ้าคืนให้การไฟฟ้า จะถูกนำไปหักชำระค่างวดเงินกู้กับสถาบันการเงินของรัฐที่เป็นผู้สนับสนุนโครงการโดยอัตโนมัติ

การหนุนห่วงโซ่อุตสาหกรรมและแรงงานภายในประเทศ

เพื่อรองรับการเติบโตของโครงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปทั่วประเทศ รัฐบาลได้ประสานงานร่วมกับกระทรวงแรงงานในการจัดอบรมทักษะการประกอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์ เพื่อสร้างแรงงานฝีมือรองรับตลาด

ขณะเดียวกัน ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพิจารณาปรับลดภาษีศุลกากรในการนำเข้าวัตถุดิบ (เช่น เซลล์โซลาร์เซลล์) เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนโรงงานประกอบแผงโซลาร์เซลล์ภายในประเทศไทยจำนวน 7–8 แห่ง ให้สามารถกลับมาเดินหน้าผลิตสินค้าแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากประเทศจีนได้ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทานพลังงานสะอาดที่ยั่งยืนภายในประเทศไทย

ข้อมูลอ้างอิงและเรียบเรียงโครงสร้างบทความข่าวจากรายละเอียดโครงการเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน กระทรวงมหาดไทย


ที่มาของข้อมูล : โครงการเงินอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน กระทรวงมหาดไทย โดยเดลินิวส์