ท่ามกลางกระแสกดดันระดับโลกที่บีบให้ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสีเขียว ธนาคารกสิกรไทย (KBank) ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งสำคัญอีกครั้งในฐานะผู้นำด้านการเงินยั่งยืน ด้วยการจัดงานเสวนาครั้งใหญ่แห่งปี “EARTH JUMP 2026” ประกาศแผนยุทธศาสตร์ก้าวสำคัญที่ก้าวข้ามเพียงแค่การประกาศคำมั่นสัญญา (Commitment) บนกระดาษ สู่การกางโรดแมปปูพรม “4 สะพานเชื่อมความยั่งยืน” มุ่งพาธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้สามารถปรับตัวรับมือกับมาตรการสิ่งแวดล้อมโลกได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
เมื่อ "ความยั่งยืน" ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือเกณฑ์ตัดสินความอยู่รอดทางธุรกิจ
ความท้าทายในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มาตรการทางการค้าโลกที่เข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อม เช่น กฎไกปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) ของยุโรป หรือข้อกำหนดด้านห่วงโซ่อุปทานสีเขียวจากคู่ค้าระดับนานาชาติ กำลังกลายเป็นโจทย์หินที่กดดันให้ภาคธุรกิจไทยต้องเร่งปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงาน
ธนาคารกสิกรไทยมองเห็นว่า ปัญหาสำคัญในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องของวิสัยทัศน์ เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ตระหนักดีว่าต้องทำ แต่พอยต์เจ็บ (Pain Point) ที่แท้จริงคือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อย (SMEs) ยังขาดเครื่องมือ ขาดเงินทุน และขาดองค์ความรู้ในการเริ่มต้นลงมือทำอย่างถูกต้อง จึงนำมาสู่การถอดรหัสขับเคลื่อนกลยุทธ์ “4 สะพานยั่งยืน” ในงานนี้
กางพิมพ์เขียวเจาะลึก “4 สะพานเชื่อมความยั่งยืน” ของกสิกรไทย
เพื่อเปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจไทยไปสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างไร้รอยต่อ กสิกรไทยได้วางแนวทางผ่านสะพานกลยุทธ์ 4 ด้านหลัก ดังนี้
- สะพานที่ 1: ด้านเงินทุนและผลิตภัณฑ์สีเขียว (Green Financing) การส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อความยั่งยืนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) อัตราดอกเบี้ยพิเศษ หรือการสนับสนุนเงินทุนสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อทลายกำแพงข้อจำกัดด้านงบประมาณของธุรกิจขนาดเล็ก
- สะพานที่ 2: ด้านองค์ความรู้และการรับรองมาตรฐาน (Knowledge & Certification) การทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการติดอาวุธทางปัญญา ให้คำปรึกษาเชิงลึก และช่วยแนะแนวทางการขอใบรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมในระดับสากล เพื่อให้ธุรกิจไทยมีหลักฐานและมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ พร้อมแข่งขันในตลาดโลก
- สะพานที่ 3: ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม (Climate Tech & Innovation) การเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับสตาร์ตอัปและผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านภูมิอากาศ (Climate Tech) เพื่อนำนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ามาช่วยลดต้นทุนพลังงานและบริหารจัดการคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในระบบโรงงานและสำนักงานได้อย่างแม่นยำ
- สะพานที่ 4: ด้านการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งระบบ (Ecosystem Collaboration) การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนรายใหญ่ และคู่ค้ารายย่อยในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปด้วยกันทั้งระบบ เพราะความยั่งยืนจะไม่สามารถสำเร็จได้หากทำเพียงองค์กรใดองค์กรหนึ่ง
ทัศนะสำคัญจากผู้นำสูงสุดแห่งแนวคิดการเงินสีเขียว
ภายในงานเสวนา ตัวแทนผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกสิกรไทยได้ขึ้นเวทีแสดงวิสัยทัศน์และตอกย้ำจุดยืนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ไว้อย่างทรงพลัง:
“วันนี้หมดเวลาของการพูดถึงคำมั่นสัญญาหรือการตั้งเป้าหมายสวยหรูบนแผ่นพับโฆษณาแล้ว โจทย์ที่แท้จริงของภาคธุรกิจไทยในยุคนี้คือ ‘การลงมือทำจริง’ ปัญหาคือเราจะปล่อยให้ธุรกิจขนาดเล็กหรือ SMEs เดินไปบนเส้นทางสีเขียวนี้ตามลำพังไม่ได้ กสิกรไทยจึงตั้งใจสร้าง 4 สะพานยั่งยืนนี้ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและลมใต้ปีกที่ช่วยเชื่อมโยงทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และระบบนิเวศธุรกิจเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมโลกให้กลายเป็นโอกาสครั้งใหม่ในการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”
บทสรุปและทางรอดของธุรกิจไทย
งาน EARTH JUMP 2026 ถือเป็นหลักหมุดสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวของสถาบันการเงินไทยที่ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ผู้ปล่อยสินเชื่ออีกต่อไป แต่ขยับบทบาทสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างอนาคต (Enabler) ให้กับระบบนิเวศธุรกิจทั้งหมด
การชูยุทธศาสตร์ 4 สะพานยั่งยืนของกสิกรไทยในครั้งนี้ คือทางรอดและพิมพ์เขียวชิ้นสำคัญที่จะช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านของภาคอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวทันกติกาใหม่ของโลก พร้อมทั้งเปลี่ยนผ่านคำว่าความยั่งยืนให้กลายเป็นแต้มต่อในการแข่งขันบนเวทีการค้าระดับสากลได้อย่างแท้จริง
ที่มาของข้อมูล : งานเสวนาด้านความยั่งยืน EARTH JUMP 2026 ของธนาคารกสิกรไทย โดย โพสต์ทูเดย์
