ท็อปส์ (Tops) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกในไทย เลือกสร้างความแตกต่างในตลาดด้วยการปกป้องกลไกแคมเปญส่งเสริมการขาย ประกาศนำแคมเปญ ‘แปะอะไรก็ลด’ ไปแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เพื่อยกระดับกิจกรรมทางการตลาดให้กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ ซึ่งเป็นการขยับจากการแข่งขันด้วยตัวเลขส่วนลด ไปสู่การสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลอกเลียนได้ยากในระยะยาว
เปลี่ยนโปรโมชันให้เป็นสินทรัพย์ แนวคิด Customer Empowerment
หัวใจของแคมเปญ ‘แปะอะไรก็ลด’ คือการให้ความสำคัญกับลูกค้า หรือ Customer Empowerment โดยย้ายอำนาจการตัดสินใจเลือกสินค้าลดราคาจากแบรนด์ไปอยู่ในมือผู้บริโภค เมื่อลูกค้าช้อปครบตามเงื่อนไขจะได้รับสติกเกอร์ส่วนลด เพื่อนำไปเลือกแปะลดราคาสินค้าชิ้นที่ต้องการด้วยตัวเอง
คุณจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ทำขึ้นเพื่อสะท้อนคุณค่าของแนวคิดที่ท็อปส์ริเริ่มและพัฒนาขึ้น พร้อมต่อยอดให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ช่วยสร้างความแตกต่างในระยะยาว เปลี่ยนแคมเปญตามฤดูกาลให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่แบรนด์ถือครอง นำกลับมาใช้ซ้ำได้ และเตรียมขยายผลไปยังแบรนด์อื่นในกลุ่มธุรกิจฟู้ดของเซ็นทรัล รีเทล ในอนาคต
ดันผลงานสถิติใหม่ ตะกร้าใหญ่ขึ้น 15% ซื้อซ้ำถี่ขึ้น 16%
สถิติจากแคมเปญสติกเกอร์ในรอบที่ผ่านมา สามารถสร้างผลตอบรับเชิงบวกให้กับท็อปส์ในหลายมิติ ดังนี้:
ยอดซื้อเฉลี่ยต่อใบเสร็จ: เพิ่มขึ้น 15%
ความถี่ในการซื้อซ้ำ: เพิ่มขึ้น 16%
จำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญ: เพิ่มขึ้น 22%
จำนวนลูกค้าใหม่: เพิ่มขึ้น 13%
สัดส่วนลูกค้าที่ใช้สติกเกอร์เกิน 10 ดวง: คิดเป็น 28% สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมกับแคมเปญอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ แคมเปญยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยอ้างอิงจากผลการศึกษา THAI SMARTSUMER 2026 ของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ที่พบว่าผู้บริโภคไทยทุกเจเนอเรชันราว 90-97% พิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ และ 71% ใช้ AI เปรียบเทียบราคาก่อนใช้จ่าย ชี้ให้เห็นการเปลี่ยนผ่านจากกลุ่ม Promotion Hunters มาสู่ Strategic Spenders ที่เลือกความคุ้มค่าให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง การเปิดให้ลูกค้าเลือกลดราคาสินค้าเองจึงช่วยลดต้นทุนส่วนลดที่อาจถูกใช้ไปกับสินค้าที่ลูกค้าไม่ได้สนใจ
เดิมพันครึ่งปีหลัง ยกระดับสู่ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ ร่วมกับ 200 แบรนด์พันธมิตร
เนื่องในโอกาสครบรอบ 58 ปี ท็อปส์ ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ ระหว่างวันที่ 19 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ครอบคลุมทั้งช่องทางหน้าร้านและออนไลน์ โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:
รับสิทธิ์แบบขั้นบันได กำหนดสิทธิ์รับสติกเกอร์ตามยอดใช้จ่ายตั้งแต่ทุก 200 บาท ไปจนถึง 1,500 บาท โดยมอบส่วนลดตั้งแต่ 10% ถึงสูงสุด 20% เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเพิ่มยอดซื้อต่อใบเสร็จ
แบ่งสิทธิ์เป็น 3 รอบ บังคับให้ใช้สติกเกอร์เฉพาะภายในรอบที่ได้รับ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างน้อย 3 ครั้งภายในช่วงเวลาเดือนครึ่ง
ผนึกกำลัง 200 แบรนด์พันธมิตร มอบส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับสินค้าและบริการที่กว้างขึ้น และหากใช้สติกเกอร์แบรนด์พันธมิตรครบทุก 10 ดวง จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 25% สำหรับการช้อปครั้งถัดไป โดยบันทึกยอดสะสมผ่านสมาชิก The 1 อัตโนมัติ
เป้าหมายและการขยายผลในอนาคต
ท็อปส์ ตั้งเป้ายอดขายในครึ่งปีหลังเติบโต 30% จากการขับเคลื่อนของแคมเปญ ‘ท็อปส์ แปะอะไรก็ลด พลัส’ พร้อมวางแผนขยายโมเดลแคมเปญสติกเกอร์ไปใช้กับแบรนด์อื่นๆ ในกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล รีเทล ฟู้ด เพื่อพัฒนาแคมเปญส่งเสริมการขายให้กลายเป็นต้นแบบ Marketing Innovation ที่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ที่มาของข้อมูล : ท็อปส์ จดแจ้งลิขสิทธิ์ ‘แปะอะไรก็ลด’ ยกแคมเปญสติกเกอร์เป็นทรัพย์สินทางปัญญา โดย The Standard