เลขา อย.เข้มเฝ้าระวัง “ผัก-ผลไม้” เผยผลตรวจ 'พริกแห้ง-ส้ม' สารตกค้างมากสุด

จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการตรวจพบสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ (ฟอร์มาลิน) ในผักกาดขาวเพื่อคงสภาพความสดระหว่างการขนส่ง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เร่งย้ำมาตรการกำกับดูแลความปลอดภัยของการนำเข้าผักและผลไม้จากประเทศจีนอย่างเข้มงวด โดยใช้มาตรการเฝ้าระวังตามระดับความเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในประเทศ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าผักและผลไม้ที่สำคัญของไทย โดยมีสถิติปริมาณและมูลค่าการนำเข้าย้อนหลังตั้งแต่ปี 2565 ถึงปี 2569 ดังนี้

  • ปี 2565: นำเข้าผัก 477.35 ล้าน กก. ผลไม้ 442.14 ล้าน กก. รวม 919.50 ล้าน กก.

  • ปี 2566: นำเข้าผัก 637.40 ล้าน กก. ผลไม้ 416.87 ล้าน กก. รวม 1,054.27 ล้าน กก.

  • ปี 2567: นำเข้าผัก 777.48 ล้าน กก. ผลไม้ 488.89 ล้าน กก. รวม 1,266.37 ล้าน กก.

  • ปี 2568: นำเข้าผัก 864.64 ล้าน กก. ผลไม้ 445.14 ล้าน กก. รวม 1,309.77 ล้าน กก. (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 37,985 ล้านบาท)

  • ปี 2569 (ข้อมูลล่าสุด): นำเข้าผัก 814.66 ล้าน กก. ผลไม้ 415.00 ล้าน กก. รวม 1,229.66 ล้าน กก. (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 34,519 ล้านบาท)

ภญ.สุภัทรา ระบุว่า ปริมาณการนำเข้าที่สูงไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะไม่ปลอดภัยมากขึ้นโดยอัตโนมัติ การกำกับดูแลจึงต้องอาศัยข้อมูลหลายด้าน ทั้งชนิดสินค้า ประวัติการตรวจพบปัญหา แหล่งผลิต ผู้นำเข้า และผลวิเคราะห์ เพื่อกำหนดระดับการเฝ้าระวังให้ตรงจุด

กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง (Risk-based Approach)

ผักและผลไม้นำเข้าต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 โดยผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตนำเข้า และสินค้าต้องมีคุณภาพมาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

  1. มาตรฐานการผลิต โรงคัดและบรรจุภัณฑ์ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 386 พ.ศ. 2560 โดยรับวัตถุดิบจากแหล่งที่มีการควบคุมสารเคมีและมีระบบทวนสอบย้อนกลับ

  2. สารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง: เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 460) พ.ศ. 2568 เรื่อง อาหารที่มีสารพิษตกค้าง

  3. สารห้ามใช้ในอาหาร ห้ามปนเปื้อนสารห้ามใช้ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์

อย. ได้นำหลัก Risk-based Approach มาใช้กำกับดูแล โดยยกระดับมาตรการ Hold-Test-Release (กักไว้ก่อน - เก็บตัวอย่างตรวจ - ผ่านจึงปล่อย) ร่วมกับแนวคิด 1 DAAN / 1 LAB / 1 DAY ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ปี 2567 สำหรับสินค้ากลุ่มเสี่ยงสูง เจ้าหน้าที่จะทำการอายัดสินค้าและส่งตรวจวิเคราะห์สารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในห้องปฏิบัติการมาตรฐาน โดยสามารถทราบผลได้ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง หากไม่ผ่านมาตรฐานจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจำหน่ายและจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย

กรณีพบสินค้าไม่เป็นไปตามกฎหมาย จะดำเนินการปรับสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ฐานเป็นอาหารผิดมาตรฐาน และ/หรือ จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท ฐานนำเข้าอาหารห้ามนำเข้า พร้อมทั้งนำข้อมูลเข้าบัญชีระบบกักกัน แจ้งเรียกคืนสินค้า และประสานงานไปยังประเทศต้นทางผ่านสถานทูตเพื่อแก้ไขปัญหา

เผยผลตรวจด่านเชียงรายและมาตรการเฝ้าระวังฟอร์มาลิน

จากการสุ่มตรวจและสำรวจสถานการณ์การปนเปื้อน พบข้อมูลสำคัญดังนี้

  • กรณีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง (ด่านศุลกากรเชียงของ จ.เชียงราย): ในเดือนมกราคม 2569 อย. ร่วมกับกรมศุลกากร ทดลองมาตรการ Border Rejection โดยเก็บตัวอย่างผักและผลไม้กลุ่มเสี่ยงส่งตรวจรวม 210 รายการ พบสินค้าที่ไม่ผ่านมาตรฐานและถูกผลักดันออกนอกราชอาณาจักรจำนวน 74 รายการ (สัดส่วนตรวจพบมากกว่า 35%) โดยผักที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างมากที่สุดคือ พริกแห้ง และผลไม้ที่พบในอัตราส่วนสูงที่สุดคือ ส้ม

  • กรณีตรวจสอบสารฟอร์มาลดีไฮด์ในผักกาดขาว: หลังมีกระแสข่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 อย. ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจคัดกรองเบื้องต้น ดังนี้:

    • ด่านอาหารและยา 3 แห่ง (เชียงแสน, เชียงของ, ท่าเรือกรุงเทพ): ตรวจคัดกรองผักกาดขาวและผักอื่น ๆ รวม 22 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลดีไฮด์

    • ตลาดค้าส่ง 2 แห่ง (ตลาดสี่มุมเมือง และ ตลาดไท): ตรวจคัดกรองผักกาดขาวรวม 20 ตัวอย่าง (ผักนำเข้า 11 ตัวอย่าง และผักในประเทศ 9 ตัวอย่าง) ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลดีไฮด์ และได้เก็บตัวอย่างเพิ่มเติมอีก 4 ตัวอย่างส่งตรวจยืนยันที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

    • การติดตามผ่าน EOC ด่านอาหารและยาทั้ง 54 แห่งทั่วประเทศ: ยังไม่พบการปนเปื้อนสารฟอร์มาลินในผักกาดขาวนำเข้าจากมณฑลเหอเป่ยเข้าสู่ประเทศไทย

แนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป

อย. วางแนวทางกำกับดูแลความปลอดภัยในระยะต่อไป 5 ด้าน ได้แก่

  1. ยกระดับการป้องกันที่ด่าน บังคับใช้มาตรการ Hold-Test-Release กับสินค้ากลุ่มเสี่ยงสูงทุกรายการ

  2. เพิ่มศักยภาพการตรวจรวดเร็ว ผลักดันจัดตั้งห้องปฏิบัติการตรวจสารตกค้าง ณ ด่านอาหารและยาเชียงของและแหลมฉบัง

  3. แก้ปัญหาจากประเทศต้นทาง เชื่อมโยงข้อมูลโรงคัดบรรจุ ร่วมมือกับกรมวิชาการเกษตร กรมศุลกากร และหน่วยงานต่างประเทศ พร้อมส่งเสริมการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ตั้งแต่ต้นทาง

  4. ทบทวนกฎระเบียบ ปรับปรุงประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารที่มีสารพิษตกค้างให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

  5. เฝ้าระวังภายในประเทศ ควบคุมความปลอดภัยในตลาดค้าส่งและให้ความรู้ผู้บริโภคในการเลือกล้างผักและผลไม้อย่างถูกวิธี


ที่มาของข้อมูล : การแถลงมาตรการกำกับดูแลผักและผลไม้นำเข้า โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)