‘8 เทรนด์การตลาด ปี 2027’ AI ช่วยผู้บริโภคเลือกแบรนด์ พร้อมรู้จัก ‘Agentic Marketing’ พลิกโฉมการตลาดยุค AI คิดและลงมือทำ!

การดำเนินธุรกิจและการตลาดในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงระลอกใหญ่จากการเข้าสู่ยุค “Agentic Marketing” ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยี AI ขยับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ช่วยค้นหาข้อมูล ไปสู่การช่วยคิดและลงมือทำงานบางอย่างแทนมนุษย์ องค์กรและนักการตลาดจึงจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการคิด กลยุทธ์ และเทคโนโลยีเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ในงาน Marketing Conference 2026 เซสชัน Agentic Marketing คุณสิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ RGB72 และ CREATIVE TALK ร่วมกับ คุณสิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Content Shifu ได้ร่วมฉายภาพ “8 Marketing Trends ปี 2027” พร้อมเจาะลึกแนวคิดการตลาดในยุค Agentic AI ไว้อย่างน่าสนใจ

MKT CON 2026-Agentic Marketing & Marketing Trends 2027

เจาะลึก 8 เทรนด์การตลาดหลักแห่งปี 2027

คุณสิทธิพงศ์ ได้สรุป 8 เทรนด์สำคัญที่จะเข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและการวางกลยุทธ์ของแบรนด์ ได้แก่:

  1. The New Tech-driven Path to Purchase: แบรนด์ต้องทำให้ AI เป็นผู้เลือก เนื่องจากผู้บริโภคใช้ AI ค้นหาคำตอบและคัดกรองตัวเลือกเบื้องต้น แบรนด์จึงต้องเน้นการทำ AEO และ GEO เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของตนถูก AI เลือกมาแนะนำแก่ผู้บริโภค

  2. The Health Revolution: ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับตัวเลขวัดค่าสุขภาพผ่าน Smart Device (เช่น Whoop, Apple Watch, Garmin) ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคและการใช้จ่ายเปลี่ยนไปตามข้อมูลสุขภาพในแต่ละวัน

  3. The Experience Economy: ผู้คนเน้นใช้จ่ายเพื่อซื้อ “ประสบการณ์” เช่น งานสัมมนา หรือคอนเสิร์ต ที่เปิดโอกาสให้เกิดการสังสรรค์ สร้างคอนเนกชัน (Networking) และดื่มด่ำกับบรรยากาศของกลุ่มคนที่มีความสนใจเดียวกัน

  4. The Resourceful Consumer: ภาวะเศรษฐกิจกดดันให้ผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า ชะลอการซื้อสินค้าใหม่ และหันมา “ซ่อมแซมของเดิม” เพื่อใช้งานแทน

  5. Transformation Economy: ธุรกิจที่จะได้รับความสนใจคือธุรกิจที่ช่วยให้ผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเองในทางที่ดีขึ้นอย่างจับต้องได้ เช่น กิจกรรม HYROX ที่ต้องฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

  6. Business of Community: การทำธุรกิจต้องสร้าง Community ควบคู่กันไปเพื่อรวมกลุ่มคนที่มีความชอบเดียวกัน เช่น ฟิตเนสที่พาสมาชิกออกไปทำกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันภายนอก

  7. Brand Trust & Credibility: แม้การใช้ AI จะช่วยผลิตงานได้รวดเร็ว แต่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกังขาในคอนเทนต์และภาพจาก AI แบรนด์จึงต้องให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสมากขึ้น

  8. The Era of Agentic AI: พัฒนาการของ AI ที่ขยับไปสู่การเป็นผู้ช่วยคิดและลงมือทำงานแทนมนุษย์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคธุรกิจและการตลาด

MKT CON 2026-Agentic Marketing & Marketing Trends 2027

Agentic Marketing เมื่อ AI คิดและลงมือทำ แต่ยังต้องพึ่งพา “HI”

ทางด้าน คุณสิทธินันท์ ระบุว่า ในอดีตการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ “ถูก เร็ว และดี” พร้อมกันเป็นเรื่องยาก แต่ Agentic AI ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ เช่น การสร้างแอปพลิเคชันที่เดิมต้องใช้เงิน 500,000–700,000 บาท และเวลาครึ่งปี สามารถลดเหลือเพียง 20 วันและค่าบริการรายเดือน 5,000 บาท

อย่างไรก็ดี การทำงานในยุคนี้ต้องใช้สมการ “AI + HI” (Human Intelligence) โดยนำสติปัญญาของมนุษย์เข้ามาผสาน เพราะการปล่อยให้ AI ทำงานทั้งหมดโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม จะได้ผลลัพธ์ที่ไม่สามารถใช้งานจริงในระยะยาว และขาดความโดดเด่น

3 หัวใจสำคัญในการใช้งาน AI และนวัตกรรมใหม่ MCP / UCP

เนื่องจากไม่มี AI ตัวไหนดีที่สุดสำหรับการทำงานทุกรูปแบบ การเลือกใช้งานจึงต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก:

  • การเลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน: เลือก AI ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ เช่น งานภาพ วิดีโอ บทความ หรือการเขียนโค้ด (Coding)

  • การตั้งคำสั่ง (Prompt Framework): ให้ความสำคัญกับ “คำถามที่ใช่” เพื่อให้ได้ Output ที่ถูกต้อง

  • การกำหนดบริบท (Context): ฝึกฝน AI ให้เข้าใจภาษาและวัตถุประสงค์ของมนุษย์ เช่น ระบบแชตบอตที่เข้าใจเจตนาแม้ผู้บริโภคจะพิมพ์ผิด

นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมการทำงาน ได้แก่ Model Context Protocol (MCP) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ AI สามารถสั่งการและทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นได้ (เช่น การสั่งงาน Canva หรือระบบ CRM ผ่าน Claude และ ChatGPT) และ Universal Commerce Protocol (UCP) มาตรฐานใหม่จาก Google ที่เชื่อม AI เข้ากับระบบซื้อขาย ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถกดสั่งซื้อสินค้าได้ทันทีผ่านหน้าแชต AI โดยไม่ต้องสลับไปยังหน้าเว็บไซต์อื่น

MKT CON 2026-Agentic Marketing & Marketing Trends 2027

“ขั้นตอน” สำคัญกว่า “ผลลัพธ์” และการปรับทักษะสู่ “M-Shape Marketer”

คุณสิทธินันท์ เน้นย้ำว่า การใช้ AI ทำงาน แม้จะสร้างผลลัพธ์ได้รวดเร็ว แต่ผู้ใช้งานต้อง “เข้าใจขั้นตอนและองค์ประกอบพื้นฐาน” ของงานนั้นๆ ด้วย (เช่น การทำเว็บไซต์ต้องเข้าใจเรื่อง Domain, Server, Front-end, Back-end) เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้เมื่อเกิดอุปสรรคในอนาคต

ขณะเดียวกัน ทักษะของนักการตลาดจำเป็นต้องยกระดับจาก T-Shape มาสู่ “M-Shape Marketer” นั่นคือ การเป็นผู้ที่รู้ลึก รู้จริง หรือเชี่ยวชาญในหลายเรื่อง ควบคู่ไปกับการมีความรู้พื้นฐานในเรื่องอื่นๆ รอบด้าน (เช่น เชี่ยวชาญการทำคอนเทนต์ มีความรู้เรื่อง SEO และมีพื้นฐานงาน PR) เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคและการค้นหาของ AI ยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ที่มาของข้อมูล : ‘8 เทรนด์การตลาด ปี 2027’ AI ช่วยผู้บริโภคเลือกแบรนด์ พร้อมรู้จัก ‘Agentic Marketing’ พลิกโฉมการตลาดยุค AI คิดและลงมือทำ!