เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 รัฐสภาสหรัฐฯ ได้รับการเสนอร่างกฎหมายควบคุมการใช้ฉลากฉบับใหม่ภายใต้ชื่อ Truth in Labeling Act of 2026 (H.R. 10048 และ S. 5302) นำโดย Rep. J. Luis Correa (พรรคเดโมแครต-แคลิฟอร์เนีย) และ Sen. Jeff Merkley (พรรคเดโมแครต-ออริกอน) ซึ่งมุ่งกำหนดมาตรฐานระดับประเทศสำหรับการระบุข้อความเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ปัจจุบันมีร่างกฎหมายระดับรัฐบาลกลางถึง 2 ฉบับที่กำลังแข่งกันกำหนดทิศทางมาตรฐานการติดฉลากบรรจุภัณฑ์ในสหรัฐฯ โดยอีกฉบับคือ PACK Act of 2025 (H.R. 6832) ที่ถูกเสนอไว้ก่อนหน้า
จุดคล้ายที่เห็นตรงกัน และจุดต่างทางกลยุทธ์ของ 2 ร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างมาตรฐานระดับรัฐบาลกลาง เพื่อยุติการใช้คำกล่าวอ้างว่า รีไซเคิลได้ (recyclable) หรือ ย่อยสลายได้ (compostable) ที่คลุมเครือ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองร่างกลับมีแนวทางปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในเชิงโครงสร้างอำนาจและเงื่อนไขทางเทคนิค
การรวมศูนย์อำนาจกฎหมาย (Preemption)
PACK Act ใช้แนวทาง "มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ" โดยให้กฎหมายรัฐบาลกลางมีผลลบล้างกฎหมายของแต่ละมลรัฐ (รวมถึงกฎหมาย California SB 343) ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการใช้บรรจุภัณฑ์และฉลากแบบเดียวจำหน่ายได้ทั่วสหรัฐฯ
Truth in Labeling Act ใช้แนวทาง "ไม่ตัดอำนาจมลรัฐ" โดยอนุญาตให้แต่ละมลรัฐรักษากฎหมายที่เข้มงวดกว่าของตนเองไว้ได้ (ยกเว้นเรื่องรหัสเรซินพลาสติกบางกรณี) ส่งผลให้ผู้ส่งออกยังอาจต้องทำแบบฉลากแยกตามข้อกำหนดของแต่ละมลรัฐต่อไป
เกณฑ์การอ้าง “ย่อยสลายได้” (Compostable)
Truth in Labeling Act ผูกติดกับระบบการกำจัดปลายทางจริง โดยกำหนดว่าหากมีระบบทำปุ๋ยหมักรองรับวัสดุนั้นไม่ถึงร้อยละ 50 จะไม่สามารถกล่าวอ้างว่า compostable ได้เต็มรูปแบบ และหากต่ำกว่าร้อยละ 30 จะหมดสิทธิ์อ้างแบบมีเงื่อนไขทันที
PACK Act เน้นการรับรองจากองค์กรบุคคลที่สาม (Third-party Certification) ตามมาตรฐาน ISO/IEC 17065 เป็นหลัก
คำกล่าวอ้างและกลไกฉลาก
Truth in Labeling Act กำกับดูแล 4 คำกล่าวอ้าง (recyclable, compostable, reusable, refillable) พร้อมสั่งการให้ EPA ร่วมกับ FTC ออกรูปแบบฉลากมาตรฐานระดับประเทศ
PACK Act กำกับดูแล 3 คำกล่าวอ้าง (ไม่มี refillable) และเน้นให้ FTC ออกแนวทางปฏิบัติแทนการสร้างฉลากมาตรฐาน
ตารางเปรียบเทียบสาระสำคัญ: Truth in Labeling Act vs. PACK Act
ประเด็น | Truth in Labeling Act of 2026 | PACK Act of 2025 |
|---|---|---|
เลขร่างกฎหมาย | H.R. 10048 ในสภาผู้แทนราษฎร และ S. 5302 ในวุฒิสภา | H.R. 6832 เฉพาะสภาผู้แทนราษฎร |
ผู้เสนอ | Rep. Lou Correa (D-CA) และ Sen. Jeff Merkley (D-OR) | Rep. Randy Weber (R-TX); ต่อมามี Rep. Adam Gray (D-CA) ร่วมสนับสนุน จึงมีการสนับสนุนจากทั้งสองพรรค |
ลักษณะการเสนอ | เสนอร่างคู่กัน ทั้งสองสภา จึงเรียกว่า bicameral แต่ไม่ได้หมายความว่าผ่านทั้งสองสภาแล้ว | เสนอเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎร |
วันที่เสนอ | 6 สิงหาคม 2026 | 17 ธันวาคม 2025 |
วัตถุประสงค์หลัก | สร้างหลักเกณฑ์ระดับประเทศที่ชัดเจนว่าเมื่อใดวัสดุจึงกล่าวอ้างได้ว่า รีไซเคิลได้ ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้ นำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือเติมเพื่อใช้ซ้ำได้ และสร้างรูปแบบฉลากมาตรฐาน | กำหนดหลักเกณฑ์ระดับรัฐบาลกลางสำหรับการกล่าวอ้างว่า รีไซเคิลได้ ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้ หรือนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อลดความแตกต่างของกฎระหว่างมลรัฐ (Lou Correa) |
ขอบเขตของสินค้า | กว้างกว่า ครอบคลุม บรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สำหรับให้บริการอาหาร และภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม และระบุรวมถึงสินค้าที่จำหน่ายผ่านทางอินเทอร์เน็ต | ครอบคลุม บรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และระบุชัดว่าไม่ใช้กับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ใช้กับผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (Lou Correa) |
คำกล่าวอ้างที่กำกับ | 4 ประเภท: recyclable, compostable, reusable, refillable | 3 ประเภท: recyclable, compostable, reusable — ไม่มี refillable |
หลักคิดเรื่อง “รีไซเคิลได้” | ไม่ดูเพียงว่าวัสดุสามารถรีไซเคิลในทางเทคนิคได้ แต่ต้องดูว่า มีระบบเก็บ คัดแยก และตลาดปลายทางที่รองรับจริง | ต้องสามารถเก็บ คัดแยก แปรรูป และนำกลับไปใช้ในการผลิตได้ และพิจารณาความพร้อมของระบบรีไซเคิลในพื้นที่จำหน่าย (Lou Correa) |
เกณฑ์สำหรับกล่าวว่า “รีไซเคิลได้” โดยไม่มีเงื่อนไข | ระบบรีไซเคิลและตลาดปลายทางต้องครอบคลุมอย่างน้อย ร้อยละ 60 ของผู้บริโภคหรือชุมชนในพื้นที่ที่สินค้านั้นจำหน่าย และวัสดุต้องมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ในการรีไซเคิล | ใช้คำว่า “substantial majority” ซึ่งนิยามว่าร้อยละ 60 ขึ้นไป หากถึงระดับดังกล่าวและบรรจุภัณฑ์ทั้งชิ้นรีไซเคิลได้ ก็ไม่ต้องมีข้อความจำกัดเงื่อนไขเกี่ยวกับความพร้อมของระบบ (Lou Correa) |
ถ้าระบบรีไซเคิลยังไม่ครอบคลุมเต็มเกณฑ์ | หากครอบคลุมอย่างน้อย ร้อยละ 40 อาจใช้ข้อความว่ารีไซเคิลได้ แบบมีเงื่อนไข แต่ต้องมีแผนที่ EPA เห็นชอบว่าจะทำให้ถึงเกณฑ์เต็มภายใน 2 ปี | อนุญาตให้ใช้ข้อความแบบมีเงื่อนไข โดยต้องแจ้งผู้บริโภคถึงสัดส่วนการเข้าถึงระบบรีไซเคิล หรือใช้ข้อความที่สะท้อนระดับความพร้อมของระบบ แต่ไม่ได้ตั้งเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 40 แบบ Truth in Labeling Act (Lou Correa) |
เกณฑ์ “ย่อยสลายเพื่อทำปุ๋ยหมักได้” | เข้มและเป็นตัวเลขชัดเจน ต้องเป็นไปตาม ASTM 6400, 6868 หรือมาตรฐานเทียบเท่า ไม่มี PFAS หรือโลหะหนักที่เติมโดยเจตนาและไม่เหมาะกับปุ๋ยหมัก และต้องได้รับการยอมรับจากระบบทำปุ๋ยหมักอย่างน้อย ร้อยละ 50 | ต้องมี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ว่าสามารถทำปุ๋ยหมักได้ และต้องชี้แจงข้อจำกัดหากไม่สามารถทำปุ๋ยหมักที่บ้านได้ หรือระบบทำปุ๋ยหมักเชิงพาณิชย์ไม่มีให้ประชาชนส่วนใหญ่เข้าถึง (Lou Correa) |
คำกล่าวอ้าง compostable แบบมีเงื่อนไข | อนุญาตเมื่อมีระบบยอมรับอย่างน้อย ร้อยละ 30 | ไม่มีเกณฑ์ร้อยละ 30 โดยตรง แต่กำหนดให้ชี้แจงข้อจำกัดตามสภาพการทำปุ๋ยหมักและความพร้อมของสถานประกอบการ (Lou Correa) |
การรับรองจากบุคคลที่สาม | ไม่ได้บังคับเป็นหลักทั่วไป ว่าทุกคำกล่าวอ้างต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองภายนอก แต่กำหนดมาตรฐาน หลักฐาน และการพิจารณาของ EPA/FTC | บังคับชัดเจน ว่าการกล่าวอ้างว่า recyclable, compostable หรือ reusable ต้องได้รับการรับรองจากองค์กรรับรองบุคคลที่สามที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ โดยอ้างอิง ISO/IEC 17065 |
Reusable | ต้องออกแบบให้ใช้ซ้ำหลายครั้ง มีความทนทาน และต้องมี ระบบหรือโครงสร้างรองรับการนำกลับมาใช้ซ้ำจริง | หากจะกล่าวอ้างโดยไม่มีเงื่อนไข ผู้ประกอบการต้องมีระบบรับคืนและใช้ซ้ำ หรือมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคสามารถซื้อมาเพื่อใช้บรรจุภัณฑ์เดิมซ้ำ (Lou Correa) |
Refillable | กำกับโดยตรง และต้องมีระบบหรือโครงสร้างรองรับการเติมซ้ำจริง | ไม่ครอบคลุม |
ฉลากมาตรฐานระดับประเทศ | กำหนดให้ EPA ร่วมกับ FTC จัดทำหรือรับรอง รูปแบบฉลากบนบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน ภายใน 2 ปี รวมถึงสัญลักษณ์ คำศัพท์ คำแนะนำ ตำแหน่งและขนาดของฉลาก | ไม่สร้างฉลากมาตรฐานระดับประเทศอย่างละเอียดในลักษณะเดียวกัน แต่ให้ FTC ออก แนวทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม (Lou Correa) |
อำนาจของ FTC/EPA | EPA มีบทบาทหลักร่วมกับ FTC สามารถกำหนดหลักเกณฑ์ ออกข้อบังคับ วิเคราะห์ระบบทั่วประเทศ และจัดทำรายชื่อวัสดุที่ผ่านเกณฑ์ | FTC เป็นหน่วยงานหลัก และต้องรับฟังความเห็น/ความรู้จาก EPA แต่ร่างระบุชัดว่า FTC ไม่มีอำนาจออกกฎหรือข้อบังคับที่มีผลผูกพันภายใต้มาตรานี้ และให้จัดทำเป็นแนวทางแทน (Lou Correa) |
คณะกรรมการที่ปรึกษา | กำหนดองค์ประกอบค่อนข้างละเอียด รวมผู้แทนภาคอุตสาหกรรม โรงคัดแยกวัสดุ องค์กรสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญ รัฐบาลมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น รวมกับผู้แทน EPA/FTC | FTC ต้องตั้งสภาที่ปรึกษาภายใน 1 ปี ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญและผู้แทนภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง (Lou Correa) |
กฎหมายของมลรัฐ | ไม่ลบล้างกฎหมายของมลรัฐ โดยทั่วไป มลรัฐยังสามารถมีกฎของตนเองได้ ยกเว้นเรื่องรหัสระบุชนิดเรซินที่ขัดกับข้อกำหนดของรัฐบาลกลาง | ลบล้างกฎหมายของมลรัฐที่ไม่เหมือนกับมาตรฐานรัฐบาลกลาง อย่างกว้างขวาง มลรัฐหรือท้องถิ่นจะไม่สามารถคงข้อกำหนดที่แตกต่างจากกฎหมายรัฐบาลกลางได้ (Lou Correa) |
ผลต่อ California SB 343 | หากผ่านตามร่างปัจจุบัน SB 343 และกฎหมายมลรัฐอื่นยังคงอยู่ได้ เว้นแต่ขัดกันในเรื่องรหัสเรซินที่ร่างสงวนไว้เป็นข้อยกเว้น | หากผ่านตามร่างปัจจุบัน ข้อกำหนดการติดฉลากของ SB 343 ที่แตกต่างจาก PACK Act อาจถูกลบล้างโดยกฎหมายรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในผลสำคัญของร่างนี้ (Packaging Dive) |
สัญลักษณ์ลูกศรรีไซเคิล | ควบคุมค่อนข้างละเอียด รวมถึงกรณีวัสดุไม่ผ่านเกณฑ์ และแยก รหัสระบุชนิดเรซิน ออกจากสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่ารีไซเคิลได้ | ห้ามใช้รหัสเรซินภายในสัญลักษณ์ลูกศรสามตัว หากบรรจุภัณฑ์ไม่เข้าหลักเกณฑ์ recyclable/compostable/reusable แต่อนุญาตให้ใช้รหัสในรูปสามเหลี่ยมตามมาตรฐาน ASTM (Lou Correa) |
การเผาเพื่อผลิตพลังงาน | ระบุชัดว่า การแปรวัสดุเป็นเชื้อเพลิงหรือเผาเพื่อผลิตพลังงานไม่ถือเป็นการรีไซเคิล และห้ามนำไปนับรวมในเกณฑ์ร้อยละ 60 หรือ 40 | ไม่มีบทบัญญัติที่ละเอียดเทียบเท่าในร่างนี้ (Lou Correa) |
การบังคับใช้ | การไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่หลอกลวงตาม FTC Act; FTC สามารถขอให้ศาลสั่งห้ามขาย จำหน่าย หรือ นำเข้าสหรัฐฯ ได้ | การฝ่าฝืนถือเป็นการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงภายใต้ FTC Act เช่นกัน (Lou Correa) |
ค่าปรับ | FTC แจ้งผู้ฝ่าฝืนและให้เวลา 180 วันแก้ไข หากไม่แก้ จะมีค่าปรับต่อการฝ่าฝืนและต่อวันที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เงินค่าปรับนำไปสนับสนุนระบบรีไซเคิลและการให้ความรู้ประชาชน | ใช้กลไกและบทลงโทษภายใต้ FTC Act แต่ร่างไม่ได้สร้างระบบ 180 วันและการนำค่าปรับไปใช้เพื่อโครงการรีไซเคิลอย่างละเอียดเช่น Truth in Labeling Act (Lou Correa) |
สถานะล่าสุด | H.R. 10048 ส่งให้ House Energy and Commerce Committee; S. 5302 ส่งให้ Senate Commerce, Science, and Transportation Committee ยังไม่มีการพิจารณาแก้ไขร่างในชั้นคณะกรรมาธิการหรือการลงมติ (GovInfo) | อยู่ที่ House Energy and Commerce Committee มีการนำไปพิจารณาในการรับฟังความคิดเห็นของคณะอนุกรรมาธิการเมื่อ 22 กรกฎาคม 2026 แล้ว แต่ ยังไม่มีการพิจารณาแก้ไขร่างในชั้นคณะกรรมาธิการและยังไม่มีการลงมติ (House Documents) |
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการและการส่งออกไทย
ในปัจจุบัน ยังไม่มีข้อกำหนดใหม่ใดที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามทันที เนื่องจากร่างกฎหมายทั้งสองฉบับยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาเริ่มต้นของรัฐสภา อย่างไรก็ตาม สัญญาณดังกล่าวนับเป็นดรรชนีชี้วัดทิศทางนโยบายการค้าที่ผู้ส่งออกสินค้าและบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ประเด็นตัดสินในอนาคตว่ากฎหมายรัฐบาลกลางจะออกมาในรูปแบบ “มาตรฐานสูงสุดเดียว” หรือ “มาตรฐานขั้นต่ำที่มลรัฐบวกเพิ่มได้” จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างต้นทุนบรรจุภัณฑ์และการจัดทำฉลากของผู้ส่งออกไทยในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเกาะติดความเคลื่อนไหว กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์ และความรับผิดชอบที่ขยายไปถึงผู้ผลิต (EPR) ในระดับรายมลรัฐของสหรัฐฯ สามารถศึกษาข้อมูลอัปเดตรายสัปดาห์ได้ฟรีผ่านศูนย์ข้อมูลออนไลน์ EPR Atlas (epratlas.com) เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดการค้าสหรัฐฯ ได้อย่างทันท่วงที
ที่มาของข้อมูล : บทวิเคราะห์ร่างกฎหมายบรรจุภัณฑ์สหรัฐฯ โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)