อ่านกลยุทธ์ ‘CEA ภาคใต้’ พลิกอัตลักษณ์ปักษ์ใต้สู่ ‘De-Stress Economy’ เครื่องยนต์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านโมเดล ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’

ในยุคที่ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดสะสมและความกดดันจากวิถีชีวิตยุคใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA สาขาภาคใต้ ได้เปิดเกมรุกทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลิกโฉมต้นทุนทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นอันโดดเด่นของปักษ์ใต้ สู่โมเดล “De-Stress Economy” หรือระบบเศรษฐกิจแห่งความผ่อนคลายและคลายเครียด หวังปั้นเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะช่วยบำบัดจิตใจผู้บริโภค พร้อมขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่อย่างยั่งยืนผ่านกลไกการพัฒนา “คน-ธุรกิจ-เมือง”

เปลี่ยนอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของภาคใต้

Pain Point ที่ยิ่งใหญ่ของผู้คนในสังคมปัจจุบันคือความเครียดและความเหนื่อยล้าทางอารมณ์ ซึ่งกลายเป็นความต้องการพื้นฐานที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความผ่อนคลาย CEA ภาคใต้ มองเห็นว่าภูมิภาคใต้มีต้นทุนที่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่เงียบสงบ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย อาหารการกินที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า

แคมเปญการตลาดสร้างสรรค์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่การส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ แต่เป็นการหยิบจับเอา "อัตลักษณ์ปักษ์ใต้" มาดีไซน์และส่งมอบใหม่ในฐานะพื้นที่บำบัดความเครียด (De-Stress Destination) ที่พร้อมต้อนรับผู้คนให้มาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

ผ่าโครงสร้างยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนผ่านโมเดล “คน-ธุรกิจ-เมือง”

การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจคลายเครียดให้เติบโตได้อย่างเป็นรูปธรรมและโปร่งใสนั้น CEA ภาคใต้ ได้วางพิมพ์เขียวโครงสร้างการทำงานร่วมกันผ่าน 3 แกนหลักสำคัญ

1. คน (People) การเร่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มนักสร้างสรรค์ แรงงานรุ่นใหม่ และคนในท้องถิ่น ให้สามารถดึงเอาต้นทุนทางวัฒนธรรมรอบตัวมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานบริการและผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ยุคใหม่

2. ธุรกิจ (Business) การติดอาวุธให้ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในพื้นที่ ด้วยการจับคู่ความคิดสร้างสรรค์เข้ากับระบบนิเวศธุรกิจ (Ecosystem) เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการในกลุ่มรักษ์โลก สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ ที่สามารถตอบสนองความผ่อนคลายของผู้บริโภคและแข่งขันได้จริงในตลาดสากล

3. เมือง (City) การยกระดับและพัฒนาพื้นที่ย่านสร้างสรรค์ในจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ ให้เป็นเมืองที่มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม สร้างทางเลือกการพักผ่อน และเปิดโอกาสให้เมืองทำหน้าที่เยียวยาจิตใจของผู้พักอาศัยและนักท่องเที่ยวไปในตัว

ตัวแทนผู้บริหารและทีมยุทธศาสตร์จากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ได้ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์เบื้องหลังกลยุทธ์พลิกน่านน้ำเศรษฐกิจในครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจ

“เป้าหมายของ CEA ภาคใต้ ในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์วัฒนธรรมดั้งเดิมไว้บนหิ้ง แต่เราต้องการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม นำความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนสินทรัพย์ทางปัญญาและวิถีชีวิตปักษ์ใต้ ให้กลายมาเป็นโมเดลธุรกิจ ‘De-Stress Economy’ ที่สามารถตอบโจทย์โลกยุคปัจจุบันได้จริง การพัฒนาตามกรอบ ‘คน-ธุรกิจ-เมือง’ จะช่วยให้เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ตั้งแต่ระดับชุมชนฐานรากไปจนถึงผู้ประกอบการรายใหญ่ เราเชื่อมั่นว่าต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งความผ่อนคลายของภาคใต้ จะเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่นอกจากจะช่วยสร้างตัวเลขการเติบโตที่มั่นคงแล้ว ยังช่วยสร้างความสุขและความโปร่งใสให้เกิดแก่ผู้คนและสังคมได้อย่างแท้จริง”

บทสรุปของกลยุทธ์จาก CEA ภาคใต้ ในครั้งนี้ คือกระจกเงาบานสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถของประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านต้นทุนทางวัฒนธรรมไปสู่ระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง (High Value Economy)

การหยิบยื่นความผ่อนคลายผ่านแนวคิด De-Stress Economy ควบคู่ไปกับการยกระดับศักยภาพของคน ธุรกิจ และเมืองในภาคใต้ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างจุดต่างที่แข็งแกร่งบนเวทีการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่พร้อมจะเติบโตอย่างยั่งยืน และปักหมุดให้ภาคใต้ของประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีในใจของผู้คนทั่วโลกอย่างแท้จริง


ที่มาของข้อมูล : รายงานพิเศษทิศทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย โดย THE STANDARD