ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่โฆษณาในประเทศไทยและได้รับค่าบริการ ต้องจัดให้มีการพิสูจน์ตัวตนของผู้กระทำการโฆษณาก่อนเผยแพร่ ตามประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ฉบับที่ 2
ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 และกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วัน โดยมีเป้าหมายให้สามารถตรวจสอบบุคคลที่อยู่เบื้องหลังโฆษณา และลดการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางหลอกลวง
ใครถือเป็นผู้กระทำการโฆษณา
PostToday สรุปตัวอย่างจาก FAQ ของ ETDA ไว้สามกรณี:
- เจ้าของแบรนด์หรือร้านค้ายิงโฆษณาเอง: ผู้ลงและชำระค่าโฆษณาเป็นผู้กระทำการโฆษณา
- จ้างเอเจนซีและเอเจนซีเป็นผู้ชำระเงิน: เอเจนซีเข้าข่ายเป็นผู้กระทำการโฆษณาและผู้ชำระค่าบริการ
- จ้างบุคคลอื่นกด Boost Post: เจ้าของเนื้อหาและผู้รับจ้างอาจเข้าข่ายเป็นผู้กระทำการโฆษณา ส่วนบุคคลที่ชำระเงินจะถูกบันทึกเป็นผู้ชำระค่าบริการ
หน้าที่ตามประกาศวางไว้ที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ซึ่งต้องจัดกระบวนการตรวจสอบก่อนอนุญาตให้โฆษณาเผยแพร่
เอกสารและช่องทางยืนยันตัวตน
บุคคลธรรมดาสามารถใช้หลักฐานที่หน่วยงานรัฐออกให้ เช่น บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง ส่วนนิติบุคคลต้องมีหลักฐานความเป็นนิติบุคคล เอกสารแสดงอำนาจ และตัวตนของผู้ดำเนินการแทนบริษัท
แพลตฟอร์มสามารถตรวจสอบได้สองแนวทางหลัก:
- ตรวจเอกสารพร้อมความเชื่อมโยงกับเจ้าของหลักฐาน: เช่น การเปรียบเทียบภาพใบหน้ากับเอกสาร
- ใช้ผู้ให้บริการ Digital ID: ที่มีระดับความน่าเชื่อถือไม่น้อยกว่า IAL2 เช่น ThaID หรือผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต
หากเคยพิสูจน์ตัวตนไว้แล้วไม่เกินหนึ่งปี อาจไม่ต้องพิสูจน์ใหม่ก่อนโฆษณาทุกครั้ง โดยต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของประกาศและระบบที่แพลตฟอร์มกำหนด
แพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง
ข้อมูลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยหลักฐานตัวตน ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลผู้ชำระเงินในกรณีที่ผู้โฆษณากับผู้ชำระเงินเป็นคนละราย รัฐบาลระบุว่าแพลตฟอร์มต้องเก็บข้อมูลที่จำเป็น ไม่น้อยกว่า 90 วันหลังสิ้นสุดการใช้บริการโฆษณา เพื่อรองรับการตรวจสอบหากเกิดความเสียหายหรือการกระทำผิด
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตรวจสอบประกาศราชกิจจานุเบกษาและยืนยันว่าข้อมูลเรื่องการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาเป็นข่าวจริง ขณะที่ ETDA ได้หารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเกี่ยวกับแนวทางนำมาตรการไปปฏิบัติ