"โบว์ ณัฏฐา" นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์ปรากฏการณ์ไลฟ์สดขายทุเรียนของ "พิมรี่พาย" ชี้เป็นแคมเปญแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างงดงาม ลบคำสบประมาทเรื่อง "ทุบราคาทุเรียน" เผยกลยุทธ์ดึงอารมณ์ร่วมผู้ชมได้ยอดเยี่ยม สร้างกระแสคนไทยอยากกินทุเรียนเพิ่ม เตรียมรับมือวิกฤตผลผลิตล้นตลาดปี 2569
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 โบว์-ณัฏฐา มหัทธนา นักวิชาการอิสระ ออกมาโพสต์วิเคราะห์เจาะลึกถึงไลฟ์ขายทุเรียนของแม่ค้าคนดัง "พิมรี่พาย" ซึ่งเป็นที่จับตาของสังคมว่าจะเป็นการสร้างผลดีหรือผลเสียต่อวงการเกษตรกรไทย โดยโบว์ได้สรุปประเด็นสำคัญไว้ 6 ด้านที่สะท้อนถึงความสำเร็จของแคมเปญนี้
ลบภาพ "ทุบราคา" ย้ำนี่คือโปรโมชั่นเพื่อ "เพื่อนรัก"
โบว์ระบุว่า ความกังวลที่ว่าพิมรี่พายจะทำให้ราคาทุเรียนในประเทศพังนั้นไม่เกิดขึ้นจริง เพราะพิมรี่พายมีการปรับกลยุทธ์หลังลงพื้นที่จริง พบว่าชาวสวนหลายคนกังวลเรื่องราคาตลาด เธอจึงย้ำตลอดการไลฟ์ว่า “นี่ไม่ใช่ราคาตลาด และการลดแลกแจกแถมก็เป็นสิ่งปกติที่เธอทำให้เพื่อนรักอยู่แล้ว” โดยทุเรียนที่นำมาขายมีหลากหลายเกรด หลายพันธุ์ และพิมรี่พายยังช่วยให้ความรู้ว่าทุเรียนลูกเล็กไม่ได้แปลว่าไม่มีคุณภาพ แต่เหมาะกับการกินคนเดียว ซึ่งถือเป็นการสร้างทัศนคติใหม่ให้ผู้บริโภค
สร้างอุปสงค์ (Demand) รองรับผลผลิตที่พุ่งสูง 33%
ประเด็นสำคัญที่โบว์ชี้ให้เห็นคือ ปีนี้ผลผลิตทุเรียนออกมามากกว่าปกติถึง 33% กิจกรรม Live Commerce นี้จึงทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้คนไทยหันมาสนใจและอยากกินทุเรียนมากขึ้น
“เป้าหมายที่พี่แต๋ม ศุภจี และกระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้กับกิจกรรมนี้ บรรลุแล้วอย่างงดงาม... ช่วยเพิ่มอุปสงค์ในตลาดได้พอที่จะรองรับ Supply ที่จะหลั่งไหลสู่ตลาดในเดือนหน้า” โบว์กล่าว
ความจริงใจและน้ำตาของ "คนสู้ชีวิต"
นอกจากการขายสินค้า โบว์มองว่าพิมรี่พายสามารถสร้างการเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้าได้อย่างทรงพลัง ในไลฟ์ไม่ได้มีแค่ความสนุก แต่ยังมีเรื่องราวของเกษตรกรตัวจริงที่มาขายของด้วยน้ำตา เช่น วัยรุ่นขายทุเรียนทอด หรือคนจากนราธิวาสที่นั่งรถมา 16 ชม. เพื่อขายทุเรียนกวน โดยสินค้าทั้งหมด Sold Out ในเวลาเพียง 2 นาที
สิบล้านก็แค่ธุรกิจ! ถ้าขายได้สามพันเจ็ดร้อยล้าน
เมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องผลกำไร พิมรี่พายตอกกลับอย่างเผ็ดร้อนกลางไลฟ์ว่า ปกติเธอแจกรถ แจกทองเป็นปกติอยู่แล้ว และย้ำชัดว่า“ถ้าคุณเคยขายของได้สามพันเจ็ดร้อยล้านบาท สิบล้านก็แค่ธุรกิจ”
โบว์ทิ้งท้ายว่าปัญหาเกษตรกรต้องแก้ทั้งระบบ ทั้งเรื่องล้งและการผูกขาดตลาด แต่ในระยะเฉพาะหน้านี้ แคมเปญดังกล่าวถือเป็นผลงานที่น่าชื่นชมของทีมงานที่พยายามดึง Demand ในประเทศให้เพิ่มขึ้นก่อนที่ทุเรียนล็อตใหญ่จะล้นตลาด ส่งผลให้ราคาไม่ตกต่อไป
“ถือเป็นผลงานของผู้หญิงทำงานสองคนและทีมงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมรสุมยกแรกไปอย่างงดงาม ในความพยายามเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเกษตรกรไทย”
ที่มาของข้อมูล : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9690000040325