‘ดร.สันติธาร’ เตือนคลื่นยักษ์ 3 ระลอก! มองโลกเข้าสู่ยุค Security First

ดร.สันติธาร เสถียรไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจระดับโลก ได้เปิดเผยอินไซต์สุดเข้มข้นเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลกและอนาคตของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากอดีตที่เน้นเรื่อง “ความคุ้มค่า” สู่ยุคปัจจุบันที่ถูกขับเคลื่อนด้วยกติกาใหม่ที่เรียกว่า “Three Waves of Security” หรือ 3 คลื่นแห่งความมั่นคง ซึ่งหากประเทศไทยไม่เร่งปรับตัวและปรับยุทธศาสตร์ให้ทันท่วงที อาจเสี่ยงต่อการตกขบวนทุนต่างชาติในระยะยาว

เมื่อกติกาโลกเปลี่ยน จาก "ความคุ้มค่า" สู่ "ความมั่นคง"

ในอดีต ปัจจัยหลักที่นักลงทุนต่างชาติใช้พิจารณาในการย้ายฐานการผลิตหรือลงทุนในประเทศต่างๆ คือเรื่องของต้นทุน ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเป็นหลัก

ทว่าในโลกยุคปัจจุบัน ปัจจัยเหล่านั้นกลับถูกลดความสำคัญลง และถูกแทนที่ด้วยคำว่า “Security” หรือความมั่นคงปลอดภัยในทุกมิติ ทำให้นักลงทุนไม่ได้มองหาเพียงแค่ที่ที่ผลิตได้ถูกที่สุดอีกต่อไป แต่มองหาพื้นที่ที่ปลอดภัยและมีความมั่นคงสูงสุดในการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางกระแสความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์โลก

เจาะลึก 3 คลื่นยักษ์ "Three Waves of Security" ที่ไทยต้องเผชิญ

ดร.สันติธาร ได้จำแนกคลื่นความมั่นคงออกเป็น 3 ระดับสำคัญที่กำลังส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของทุนต่างชาติ (FDI) ดังนี้

 คลื่นที่ 1: Geopolitical Security (ความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์) เป็นคลื่นลูกแรกที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจมหาราษฎร์ ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในลักษณะ Friend-Shoring หรือการเลือกลงทุนในประเทศที่เป็นมิตรและไม่มีความเสี่ยงทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยได้รับอานิสงส์จากคลื่นลูกนี้ในฐานะประเทศที่มีจุดยืนเป็นกลาง

 คลื่นที่ 2: Green & Energy Security (ความมั่นคงทางพลังงานสะอาด) เป็นคลื่นที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน นักลงทุนและบริษัทข้ามชาติชั้นนำระดับโลกต่างมีข้อกำหนดที่เข้มงวดว่า ฐานการผลิตใหม่จะต้องมีพลังงานสะอาด (Green Energy) รองรับอย่างเพียงพอเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายความยั่งยืน ประเทศใดที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดที่จับต้องได้ จะถูกตัดออกจากตัวเลือกทันที

 คลื่นที่ 3: Cyber & AI Security (ความมั่นคงทางไซเบอร์และปัญญาประดิษฐ์) คลื่นลูกใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับการเติบโตของเทคโนโลยี AI และ Data Center การลงทุนในยุคดิจิทัลต้องการความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่ได้มาตรฐาน และมีระบบป้องกันภัยไซเบอร์ที่น่าเชื่อถือ

เสียงสะท้อนและคำเตือนสำคัญถึงอนาคตประเทศไทย

ดร.สันติธาร ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนและสิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งลงมือทำเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางการแข่งขันไว้อย่างเฉียบคม

ประเทศไทยอาจจะสอบผ่านในคลื่นลูกแรกเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ เพราะเรามีความเป็นกลางและเป็นมิตรกับทุกฝ่าย แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือคลื่นลูกที่สองและสาม โดยเฉพาะเรื่องพลังงานสะอาดและความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุนยุคใหม่เช่นกลุ่ม Data Center หรือเทคโนโลยีขั้นสูงใช้เป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจเลือกปักหมุดลงทุน

นอกจากนี้ยังได้ให้คำแนะนำว่า รัฐบาลและภาคเอกชนไทยจำเป็นต้องมองภาพให้กว้างกว่าเดิม ไม่หยุดอยู่แค่ความสำเร็จเดิมๆ ในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์แบบเก่า แต่ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมและดิจิทัลไซเบอร์ซีเคียวริตี้ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน

บทสรุปและทางรอดของไทย

การขยับตัวของเศรษฐกิจโลกภายใต้กรอบ “Three Waves of Security” เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่สามารถใช้ตำราเล่มเดิมในการดึงดูด FDI ได้อีกต่อไป ความเป็นกลางทางเมืองเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะรั้งใจนักลงทุน แต่ไทยต้องเร่งสร้างนโยบายพลังงานสีเขียวที่ชัดเจน และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางเทคโนโลยีให้ขึ้นสู่ระดับสากล เพื่อเปลี่ยนวิกฤตความมั่นคงของโลกให้กลายเป็นโอกาสทองของเศรษฐกิจไทยในอนาคต


ที่มาของข้อมูล : เรื่อง Three Waves of Security และ FDI โดย ดร.สันติธาร เสถียรไทย