เทคคอมพานีระดับโลกที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 260 ล้านคนต่อเดือนอย่าง Canva ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้แวดวงโฆษณาและการตลาดไทย เมื่อตัดสินใจเลือกประเทศไทยเป็นเวทีเปิดตัวแคมเปญแบรนด์ขนาดใหญ่ (Big Brand Campaign) ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ผ่านแคมเปญชื่อสุดกวน “Canva ใครๆ ก็ Can ว่ะ” โดยจับมือกับผู้กำกับอินดี้แถวหน้าของเมืองไทย “เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์” มุ่งปฏิวัติวงการตัดต่อวิดีโอด้วย AI ให้เป็นเรื่องที่ใครก็ทำได้
เจาะตัวเลขความยักษ์ใหญ่ ทำไมต้องเป็น "ประเทศไทย"?
การเคลื่อนไหวในเชิงกลยุทธ์ของ Canva ครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักการตลาดทั่วโลก เนื่องจากสถิติเดิมระบุชัดเจนว่าตลาดยักษ์ใหญ่ของ Canva อยู่ในกลุ่มประเทศตะวันตกและเอเชียใต้ แต่กลับเลือกปักหมุดทำแคมเปญใหญ่ที่ไทยเป็นที่แรก:
ฐานผู้ใช้ระดับโลก: 260 ล้านคนต่อเดือน ใน 190 ประเทศ
รายได้ปี 2025: 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 125,000 ล้านบาท)
มูลค่าบริษัทล่าสุด: 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สัดส่วนลูกค้ากลุ่ม Paying Customer: สหรัฐอเมริกา (US) ครองแชมป์ 53% ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร (UK) 7% และกลุ่มประเทศอินเดีย บราซิล
เหตุผลสำคัญที่ Canva เลือกบล็อกบัสเตอร์แคมเปญในไทย เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการเติบโตด้านเศรษฐกิจครีเอเตอร์และดิจิทัลคอมเมิร์ซ (Digital Commerce) ที่รวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเทรนด์การเล่าเรื่องผ่านวิดีโอสั้นบนโซเชียลมีเดีย
เบื้องหลัง TVC สุดอินไซต์ "เมื่อไรเดอร์-รปภ." กลายเป็นคนแก้งาน
แคมเปญ “Canva ใครๆ ก็ Can ว่ะ” ไม่ใช่เพียงแค่การแปลสโลแกนภาษาอังกฤษมาเป็นไทยทื่อๆ แต่เป็นการเล่นคำกับชื่อแบรนด์ให้เข้ากับจริตความสนุกและเป็นกันเองของคนไทย
ความน่าสนใจอยู่ที่ภาพยนตร์โฆษณา (TVC) ตัวหลักที่กำกับโดย เต๋อ-นวพล ที่หยิบเอาอินไซต์จริงของคนทำงานเอเจนซี่โฆษณาไทยในเวลา 6 โมงเช้า ที่ต้องเผชิญกับความกดดันจากการแก้งานของลูกค้า แต่ความปั่นอยู่ตรงที่ตัวละครคาดไม่ถึงอย่าง "พนักงานขับรถส่งอาหาร (ไรเดอร์) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) และแม่บ้าน" เดินเข้ามาจับมือถือและแก้งาน ตัดต่อวิดีโอผ่านเครื่องมือ AI ของ Canva ได้อย่างง่ายดาย สะท้อนแนวคิดที่ว่า ความสร้างสรรค์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนโฆษณาหรือมืออาชีพอีกต่อไป
เปิดคลังฟุตเทจ "เต๋อ นวพล" ชวนคนไทยสวมบทผู้กำกับ
ความพิเศษขั้นสุดของแคมเปญนี้ คือการที่ Canva และ เต๋อ นวพล ยอมเปิดคลังฟุตเทจส่วนตัวที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนตร์จริง (Licensed Production Footage) ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดาวน์โหลด รื้อ มิกซ์ และตัดต่อใหม่ผ่านระบบ Video Editor และเครื่องมือ AI ของ Canva ได้ตามใจชอบ เพื่อเปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็น Content Creator ระดับมืออาชีพได้ทันที
เสียงสะท้อนจากผู้บริหารและผู้กำกับชื่อดัง
“วิดีโอกำลังกลายเป็นภาษาหลักของอินเทอร์เน็ต และ Canva กำลังทำให้ทุกคนพูดภาษานี้ได้ง่ายขึ้น แคมเปญนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสุขของความคิดสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่ผู้ตัดต่อครั้งแรกไปจนถึงนักเล่าเรื่องในชีวิตประจำวัน” — Laura Kantor, Head of Marketing สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Canva
“ในฐานะคนทำหนังและทำงานด้านภาพเคลื่อนไหวมานาน แคมเปญนี้ทำให้ผมได้ทดลองเทคโนโลยีใหม่อย่าง Canva สำหรับการตัดต่อวิดีโอ ความง่ายในการใช้งานช่วยเปิดโอกาสให้เราได้เห็นคนรุ่นใหม่ หรือคนที่ไม่ได้อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยตรงเข้ามาเล่าเรื่อง... มันทำให้ผมรู้สึกจริงๆ ว่า ทุกวันนี้การตัดต่อเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ทำได้แล้ว” — เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับภาพยนตร์
เดินเกมรุกระดับโครงสร้างพื้นฐาน จับมือภาครัฐปูพรมระบบการศึกษา
นอกจากแคมเปญโฆษณาแล้ว หากดูทิศทางย้อนหลังจะพบว่า Canva วางหมากในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ:
ปลายปี 2025: เซ็น MOU ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดให้ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษากว่า 6 ล้านคนใช้งาน Canva for Education ได้ฟรีเป็นเวลา 3 ปี
เป้าหมายปี 2027: ตั้งเป้าปูพรมให้ครอบคลุม 100% ของบุคลากรและนักเรียนทั่วประเทศ โดยใช้ระบบโดเมนกลาง (@ndlp.go.th) เพื่อตัดสิทธิ์ความยุ่งยากในการลงทะเบียนใช้งาน
การเปิดตัวแคมเปญใหญ่และโมเมนตัมที่เกิดขึ้นในปี 2026 นี้ จึงถือเป็น New Chapter สำคัญของแบรนด์เทคโนโลยีระดับโลกที่เลือกปรับตัว (Localize) ให้เข้ากับวัฒนธรรมดิจิทัลของไทยได้อย่างลึกซึ้งและน่าจับตามองที่สุดในรอบปี
ที่มาของข้อมูล : ถอดรหัสการตลาด Canva กับแคมเปญ “ใครๆ ก็ Can ว่ะ” โดย การตลาดวันละตอน