อธิบาย โครงสร้างค่าธรรมเนียม TikTok Shop จากเคสคุณแพรรี่ ไลฟ์ปักตะกร้า

กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในโลกคอมเมิร์ซทันที เมื่อคุณไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ “แพรรี่ ไพรวัลย์” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการไลฟ์สดปักตะกร้าขายทุเรียนบนแพลตฟอร์ม TikTok Shop ที่สร้างยอดขายถล่มทลาย แต่กลับต้องกุมขมับเมื่อเจอกลไกหลังบ้านหักค่าธรรมเนียมสูงถึง 25.5% จนแทบไม่เหลือกำไร พร้อมเตือนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หากคำนวณไม่ดีอาจเสี่ยง "ไลฟ์ไม่คุ้มเหนื่อย"

เปิดตัวเลขสะเทือนวงการ ยอดขายหลักล้านโดนหักหลักแสน

จากหลักฐานรูปภาพที่คุณแพรรี่นำมาเปิดเผย แสดงให้เห็นถึงรายละเอียดความบอบช้ำทางธุรกิจ ดังนี้:

  • ยอดขายรวมจากการขายทุเรียน 2,859,148 บาท

  • มูลค่าที่โดนหักค่าธรรมเนียม 729,301 บาท

  • สัดส่วนรวมที่หายไป คิดเป็น 25.5% จากยอดขายทั้งหมด

คุณแพรรี่ทัศนะและยอมรับตรงๆ ถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ว่า

“ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะโดนหักค่าธรรมเนียมเยอะขนาดนี้ จนอาจทำให้ตั้งราคาขายผิด ประกอบกับตัวเองให้ส่วนลดลูกค้าเยอะด้วย เลยทำให้แทบไม่ได้อะไรจากการไลฟ์เลย”

อาจเป็นกราฟิกรูป ข้อความพูดว่า  

ภาพอ้างอิง : FB ไพรวัลย์ วรรณบุตร

กางกฎ TikTok Shop แกะโครงสร้าง 4 ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน

นำกฎของ TikTok Shop มาจำลองสถานการณ์ให้เห็นภาพง่ายๆ ในกรณีของร้านค้าทั่วไป (Non-Mall) หากสมมติราคาขายทุเรียนไว้ที่ ออร์เดอร์ละ 100 บาท (โดยที่ร้านค้าไม่ได้ให้ส่วนลดเพิ่ม และลูกค้าใช้โค้ดส่งฟรีเต็มจำนวน) ร้านค้าจะต้องถูกหักค่าธรรมเนียมพื้นฐาน (ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว) ทั้งหมด 4 ตัว ดังนี้

  1. ค่าคอมมิชชัน (หมวดอาหารและเครื่องดื่ม): หัก 8.56% = 8.56 บาท

  2. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม: หัก 3.21% = 3.21 บาท

  3. ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า (สินค้านอกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์): หัก 8.03% (ไม่เกิน 199 บาท/คำสั่งซื้อ) = 8.03 บาท

  4. ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม: (กรณีร้านค้ามียอดขายมากกว่า 100 คำสั่งซื้อ/เดือน) หัก 1.07 บาท / คำสั่งซื้อ

เมื่อนำค่าธรรมเนียมทั้ง 4 ตัวมารวมกัน (8.56 + 3.21 + 8.03 + 1.07) จะเท่ากับ 20.87 บาท หมายความว่า หากตั้งราคาขายทุเรียนไว้ 100 บาท ร้านค้าจะได้รับเงินจริงเพียง 79.13 บาท เท่านั้น (คิดเป็นค่าธรรมเนียมเบื้องต้นที่ 20.87% โดยยังไม่รวมส่วนลดพิเศษหรือค่าทำการตลาดพรีเซนเตอร์ปักตะกร้า หรือ ค่า Affiliate ใดๆ)

อาจเป็นรูปภาพของ ผลไม้ และ ลำไยไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

ภาพอ้างอิง : FB ไพรวัลย์ วรรณบุตร

ถอดสูตรทางรอด ย้ายวิกาลค้าสู่ "ไลฟ์แบบบ้านๆ"

จากกรณีศึกษานี้ คุณแพรรี่ได้แชร์มุมมองและแนวทางแก้ไขปัญหาในการทำธุรกิจออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มในยุคปัจจุบันไว้ 2 ทางเลือกหลัก

  • ปรับเปลี่ยนการเลือกสินค้า (เน้นสินค้า Margin สูง): หากยังต้องการขายบนแพลตฟอร์มลักษณะนี้ต่อ ควรเล็งสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงตามธรรมชาติ เช่น เสื้อผ้า, เครื่องสำอาง และสกินแคร์ เพื่อให้เหลือเม็ดเงินคุ้มค่าเหนื่อยหลังจากหักค่าธรรมเนียมระบบไปแล้ว

  • ในทางกลับกัน สินค้าประเภททุเรียนเกรดคุณภาพสูงของคุณแพรรี่ ที่มีต้นทุนรับมาราคาสูง แถมยังมีความเสี่ยงจากการรับประกันเปลี่ยนคืนสินค้าให้ลูกค้าหากไม่ได้มาตรฐาน ยิ่งทำให้ไม่เหมาะกับแพลตฟอร์มที่หักค่าธรรมเนียมโหดเช่นนี้

  • ถอยทัพย้ายแพลตฟอร์ม ไม่ผ่านระบบหลังบ้าน: วิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่คุณแพรรี่ตัดสินใจเลือกใช้ คือการเตรียมย้ายช่องทางไปหาแพลตฟอร์มที่มีค่าธรรมเนียมถูกลง เช่น Facebook และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขายใหม่

คิดว่าหลังจากนี้อาจย้ายแพลตฟอร์มไปหาแพลตฟอร์มที่ค่าธรรมเนียมถูกลงมา เช่น Facebook และอาจจะเปลี่ยนวิธีการไลฟ์เป็นการไลฟ์แบบบ้านๆ คือการโชว์สินค้าให้ลูกค้าดูในไลฟ์ แล้วให้ลูกค้าพิมพ์ข้อความสั่งซื้อในช่องคอมเมนต์ เหมือนในยุคที่เราให้ลูกค้าพิมพ์คำสั่งซื้อผ่านแชต ทำให้เราขายของได้โดยไม่ต้องผ่านหลังบ้านของแพลตฟอร์มนั่นเองคุณแพรรี่ กล่าวทิ้งท้าย


ที่มาของข้อมูล : https://www.marketthink.co/73771