โรยัล คานิน (Royal Canin) ผู้นำแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก เดินเกมรุกตลาด Pet Parenting รับเทรนด์คนรุ่นใหม่เลี้ยงสัตว์เป็นลูก เปิดตัวแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “น้อนขอร้อง” สร้างสรรค์กลยุทธ์ Music Marketing ร่วมกับศิลปินชื่อดังวง Season Five ส่งเพลงพิเศษทำหน้าที่เป็น “เสียงแทนใจ” สี่ขา กระตุ้นเจ้าของหยุดฟังความต้องการที่แท้จริงเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว
เมื่อ "กระแสสังคม" อาจทำร้ายสัตว์เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
ในยุคที่เทรนด์การเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก (Pet Parenting) กำลังมาแรง เจ้าของทุกคนต่างสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยง แต่ในความจริง หลายครั้งการเลือกซื้ออาหารหรือการดูแลกลับได้รับอิทธิพลจากกระแสโซเชียลหรือข้อมูลทั่วไป จนละเลยการทำความเข้าใจความต้องการทางร่างกายที่แท้จริงของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
Royal Canin จึงชูแนวคิด “True Health Begins with Truly Listening to Their Unique Needs” หรือสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการรับฟังและเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างแท้จริง นำมาสู่แคมเปญ “น้อนขอร้อง” เพื่อส่งเสริมแนวคิด Pet-centric ที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่เหมาะสมตามสายพันธุ์ อายุ ขนาด และช่วงชีวิตของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
ใช้ Music Marketing สื่อสารด้วย Empathy ส่งเสียงแทนใจผ่าน Season Five
ความโดดเด่นของแคมเปญนี้คือการก้าวข้ามการโฆษณาแบบเดิมๆ แล้วหันมาใช้ Music Marketing โดยดึงศิลปินวง Season Five มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงพิเศษที่ทำหน้าที่เป็นเสียงพูดของน้องหมาและน้องแมว
ตัวเพลงมุ่งเน้นการสื่อสารให้เจ้าของหันกลับมาสังเกตและรับฟังสิ่งที่สัตว์เลี้ยงพยายามบอก
ชูประเด็นเรื่องการเสริมภูมิคุ้มกันผ่านอาหารที่ดีและเหมาะสม เพื่อสร้างรากฐานสุขภาพระยะยาว (Longevity) ให้สัตว์เลี้ยงแข็งแรงและอยู่กับเจ้าของได้ยืนยาวที่สุด
ชูจุดแข็งสากล "Tailor-Made Nutrition" ตอบโจทย์ทุกความต่าง
ในแง่การรองรับความต้องการที่หลากหลายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค Royal Canin ชูจุดขายเรื่องโภชนาการที่ออกแบบมาเฉพาะตัว หรือ Tailor-Made Nutrition
ปัจจุบันแบรนด์มีสูตรอาหารครอบคลุมมากกว่า 750 สูตรทั่วโลก
ทุกสูตรอ้างอิงและพัฒนาตามมาตรฐานโภชนาการระดับสากล เพื่อรับประกันความสมดุลของสารอาหารที่น้องหมาและน้องแมวจะได้รับในทุกมื้ออย่างแม่นยำและตรงจุดที่สุด
ก้าวข้ามการขายสินค้า สู่การทำธุรกิจด้วยความเข้าใจ
แคมเปญ “น้อนขอร้อง” ถือเป็นภาพสะท้อนการปรับตัวครั้งสำคัญของ Royal Canin ที่ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้ขายสินค้า สู่การเป็นผู้สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสัตว์เลี้ยง โดยการใช้ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) เป็นตัวนำทางธุรกิจ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายแล้ว ยังตอกย้ำด้วยว่า ท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยงคือผลลัพธ์ที่มีค่าที่สุดสำหรับคนรักสัตว์ทุกคน
ที่มาของข้อมูล : https://www.marketingoops.com/news/biz-news/royal-canin-season-five/
