ในสมรภูมิธุรกิจอาหารและการบริหารระบบแฟรนไชส์ที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด หลายองค์กรมักเร่งเครื่องขยายสาขาให้ได้มากและเร็วที่สุดเพื่อยึดหัวหาดทางการค้า ทว่าสำหรับ “เครือเซ็น กรุ๊ป” (ZEN Group) ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหารชั้นนำของไทย กลับเลือกเดินเกมด้วยปรัชญาการบริหารที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ภายใต้แนวคิด “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” ที่ให้ความสำคัญกับการวางรากฐาน คัดสรรพันธมิตร และการเติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัย มากกว่าการเร่งขยายตัวเลขสาขาในระยะสั้น
ทลายปัญหาระบบแฟรนไชส์ เมื่อการโตเร็วเกินไปอาจกลายเป็นความเสี่ยง
ข้อผิดพลาดและปัญหาใหญ่ที่มักเกิดขึ้นในวงการแฟรนไชส์ คือการตั้งเป้าหมายขยายสาขาอย่างก้าวกระโดดโดยที่ระบบหลังบ้านยังไม่พร้อม ซึ่งมักส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่ ทั้งเรื่องมาตรฐานรสชาติอาหารที่ตกต่ำลง การบริการที่ไม่คงเส้นคงวา ไปจนถึงผู้ซื้อแฟรนไชส์ไม่สามารถสร้างผลกำไรตามที่คาดหวังไว้จนต้องปิดตัวลงในที่สุด
เซ็น กรุ๊ป มองเห็นความท้าทายนี้อย่างลึกซึ้ง จึงได้วางยุทธศาสตร์การขยายแฟรนไชส์ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ มุ่งเน้นการคัดเลือกผู้ร่วมลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ตรงกัน มีความพร้อมในการบริหารจัดการ และเข้าใจหัวใจของการทำธุรกิจอาหาร เพื่อให้ทุกสาขาที่เปิดใหม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและรักษาระดับมาตรฐานของแบรนด์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
เจาะลึก 3 แกนหลักยุทธศาสตร์การบริหารแฟรนไชส์สไตล์ ZEN
การขับเคลื่อนและดูแลระบบแฟรนไชส์ให้แข็งแกร่งของเครือเซ็น กรุ๊ป ประกอบไปด้วย 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ดังนี้
1. การคัดสรรพันธมิตรที่ใช่ (Partner Selection): ไม่เน้นการขายแฟรนไชส์ให้กับทุกคนที่พร้อมจ่าย แต่เน้นการเลือกแฟรนไชส์ซีที่มีศักยภาพ ความตั้งใจจริง และมีความพร้อมในการลงมือบริหารหน้าร้านอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความใส่ใจในทุกรายละเอียดของบริการ
2. ระบบหลังบ้านและห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง (Strong Infrastructure & Supply Chain): การสร้างระบบสนับสนุนที่ครบวงจร ตั้งแต่ครัวกลาง วัตถุดิบ คุณภาพอาหาร เทคโนโลยีการจัดการคลังสินค้า ไปจนถึงการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของแฟรนไชส์ซี และควบคุมมาตรฐานทุกสาขาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
3. การเน้นผลกำไรและระยะเวลาคืนทุนที่จับต้องได้ (Win-Win Profitability): ให้ความสำคัญกับการทำตัวเลขอุปสงค์และประเมินทำเลอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์สามารถสร้างรายได้ คืนทุนได้ตามแผน และสามารถทำธุรกิจร่วมกันในระยะยาวได้อย่างมีความสุขทั้งสองฝ่าย
ทัศนะสำคัญจากผู้นำการบริหาร ZEN Group
ผู้บริหารระดับสูงจากเครือเซ็น กรุ๊ป ได้เปิดเผยถึงปรัชญาและหลักการทำงานเบื้องหลังกลยุทธ์ “ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม” ไว้อย่างน่าสนใจ:
“การทำธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การวัดกันว่าใครจะเปิดสาขาได้เร็วหรือเยอะกว่ากัน แต่คือการวัดว่าสาขาที่เปิดไปนั้นสามารถอยู่รอดและทำกำไรได้ดีในระยะยาวหรือไม่ เราจึงเลือกใช้กลยุทธ์ ‘ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม’ ในการคัดเลือกแฟรนไชส์ซีและเตรียมความพร้อมของระบบหลังบ้านให้เป๊ะที่สุดก่อนขยายสาขา เพราะความสำเร็จของผู้ซื้อแฟรนไชส์ก็คือความสำเร็จของแบรนด์ หากเราโตช้าหน่อยแต่ทุกสาขาที่เปิดไปมีความแข็งแกร่งและมีคุณภาพ นั่นคือการเติบโตที่ยั่งยืนและมั่นคงที่สุดในแบบของเรา”
กรณีศึกษาการบริหารงานของ ZEN Group เป็นเครื่องยืนยันว่า ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน ความเร็วอาจไม่ใช่คำตอบเดียวของความสำเร็จ การเลือกที่จะชะลอความเร็วลงมาเพื่อตรวจสอบคุณภาพ วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐาน และใส่ใจกับผลประโยชน์ของผู้ร่วมลงทุนอย่างจริงใจ เป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการขยายตัวเร็วเกินไป
กลยุทธ์ "ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม" นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาคุณค่าและภาพลักษณ์ของแบรนด์ในเครือเซ็น กรุ๊ป ให้ทรงอิทธิพลอยู่อย่างมั่นคงเท่านั้น แต่ยังเป็นโมเดลธุรกิจต้นแบบที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน และพร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของตลาดในอนาคต
ที่มาของข้อมูล : ยุทธศาสตร์การบริหารแฟรนไชส์ของ ZEN Group โดย ประชาชาติธุรกิจ



