ไม่ได้เริ่มจากผลิตอะไร แต่เริ่มจาก “ลูกค้าต้องการอะไร” เบื้องหลังพัฒนาสินค้า “อายิโนะโมะโต๊ะ”

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ หลายคนรู้จัก “อายิโนะโมะโต๊ะ” (Ajinomoto) ในฐานะแบรนด์เครื่องปรุงรสที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 60 ปี แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าจะผลิตอะไร หากแต่เริ่มจากการทำความเข้าใจอินไซต์และความต้องการของผู้บริโภคเป็นตั้งต้น

ข้อมูลจาก Euromonitor International พบว่า ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่อง Health & Wellness มากยิ่งขึ้น ขณะที่ผลสำรวจของ Mintel ชี้ว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงอาหารที่มีรสชาติอร่อย แต่ยังคาดหวังให้ตอบโจทย์ทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความสะดวก และความคุ้มค่าไปพร้อมกัน ด้วยเหตุนี้ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จึงนำ Consumer Insight และองค์ความรู้ด้าน AminoScience หรือศาสตร์แห่งกรดอะมิโน มาใช้เป็นรากฐานการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ภายใต้แนวคิด “กินดี มีสุข” (Eat Well, Live Well.) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในทุกช่วงวัย

ภายในงาน The Heartbeat by “AminoScience” ผู้บริหารผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าของอายิโนะโมะโต๊ะได้ร่วมเปิดเผยแนวคิดและยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไว้อย่างน่าสนใจ

เบื้องหลังพัฒนาสินค้า “อายิโนะโมะโต๊ะ”

สินค้าดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าถึงและใช้งานได้จริง

คุณวันนเรศวร์ สุขีลักษณ์ ผู้จัดการหน่วยงาน Nutrition and Well-being บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงมุมมองการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังการระบาดของโควิด-19 ว่า ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพผ่านการตัดสินใจเล็กๆ ในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ปัจจุบัน ตลาด Health & Wellness ของประเทศไทยมีมูลค่าสูงกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของ GDP สะท้อนว่า สุขภาพได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อายิโนะโมะโต๊ะจึงเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Nutrition and Well-being โดยต่อยอดองค์ความรู้ AminoScience ให้เป็นนวัตกรรมที่เข้าถึงได้จริง เช่น

    • aminoVITAL ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้รักสุขภาพและการออกกำลังกาย
    • AminoNITE ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพการนอนหลับ
    • Quick Meal และ UMAI อาหารพร้อมรับประทานที่ช่วยให้เข้าถึงมื้ออาหารคุณภาพได้แม้วันที่มีเวลาจำกัด
  • คุณวันนเรศวร์เน้นย้ำว่า สุขภาวะที่ดีหรือ Well-being ไม่ใช่ปลายทาง แต่คือการตัดสินใจเล็กๆ ที่ทำได้ทุกวัน โดยมีอาหารเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด

    ทุกนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เริ่มต้นจากการเข้าใจ Consumer Moment

    คุณพนิดา เนื่องรักษา ผู้จัดการหน่วยงาน Household Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นว่า การทำการตลาดแบบ One Size Fits All ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป โดยข้อมูลจาก Euromonitor International ปี 2026 ระบุว่า เกือบ 40% ของคนไทยต้องการทำอาหารรับประทานเองแต่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา

    คุณพนิดา ได้กล่าวถึงแนวคิดในการทำงานไว้ว่า

    “สุขภาวะของแต่ละคนไม่มีรูปแบบตายตัว แต่ละคนมีรูปแบบที่ดีในแบบของตัวเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างสินค้าชิ้นเดียวให้ตอบโจทย์ทุกคน แต่คือการเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังใช้ชีวิตอย่างไร และต้องการอะไรในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต สำหรับเรา Consumer Insight จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลในรายงานวิจัย แต่คือจุดเริ่มต้นของทุกนวัตกรรม”

    แนวคิดดังกล่าวส่งผลให้อายิโนะโมะโต๊ะนำ Consumer Moment มาใช้เป็นหัวใจในการพัฒนา โดยมี AminoScience ช่วยเปลี่ยนความเข้าใจผู้บริโภคให้กลายเป็นโซลูชัน เช่น การขยายไลน์แบรนด์ รสดี จากผงปรุงรสไปสู่ รสดีเมนู และซุปก้อน รวมถึงการพัฒนา Birdy ให้มีหลากหลายรูปแบบและรสชาติ สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา

    จากผู้ผลิตเครื่องปรุง สู่พันธมิตรที่เติบโตไปพร้อมร้านอาหารไทย

    นอกเหนือจากผู้บริโภคในครัวเรือน อายิโนะโมะโต๊ะยังขยายบทบาทไปสู่ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดย คุณพิมพ์สร เลิศอุตสาหกูล ผู้จัดการหน่วยงาน Food Vendor Business บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ประเทศไทยมีร้านอาหารกว่า 700,000–1,000,000 ร้าน และกว่า 90% เป็นร้านขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด ซึ่งต้องรับมือกับข้อจำกัดด้านต้นทุน การบริหารแรงงาน การรักษามาตรฐานรสชาติ และเวลาในการเตรียมอาหาร

    จากการลงพื้นที่พูดคุยกับผู้ประกอบการ อายิโนะโมะโต๊ะจึงพัฒนาแนวคิด “อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน” เพื่อสร้างโซลูชันที่ช่วยแก้ปัญหาจริงของร้านค้า เช่น

    • อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้านหมักย่าง ช่วยลดขั้นตอนและระยะเวลาการหมักคอหมูย่างของร้านอาหารอีสาน โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรุงหลายชนิด
    • อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้านพะโล้ ช่วยลดเวลาในการเคี่ยวและเตรียมเครื่องเทศสำหรับร้านข้าวแกง
  • คุณพิมพ์สร ได้สรุปถึงการเข้ามาสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารไว้ว่า

    “สิ่งเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า ร้านอาหารไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ต้องการโซลูชันที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน รักษามาตรฐาน และเพิ่มเวลาให้เจ้าของร้านได้โฟกัสกับลูกค้าและการสร้างเอกลักษณ์ของร้าน”

    ทิศทางการดำเนินธุรกิจของ “อายิโนะโมะโต๊ะ” ในวัย 60 ปี สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ผลิตเครื่องปรุงรส ไปสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย Consumer Insight และ AminoScience การรับฟังความต้องการของผู้บริโภคและการเข้าถึงวิถีชีวิตของทั้งครัวเรือนและผู้ประกอบการร้านอาหารอย่างแท้จริง คือหัวใจสำคัญที่ทำให้อายิโนะโมะโต๊ะยังคงสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สุขภาวะและการเติบโตอย่างยั่งยืนได้ในทุกยุคสมัย


    ที่มาของข้อมูล : เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าของ อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) โดย มติชน