กลายเป็นมหากาพย์สืบสวนสอบสวนทางชีววิทยาที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ จากกรณีการแพร่ระบาดอย่างหนักของ “ปลาหมอคางดำ” เอเลี่ยนสปีชีส์ที่เข้ามาทำลายระบบนิเวศและสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรไทย ล่าสุดวงการวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานชิ้นสำคัญจากการถอดรหัสพันธุกรรม (DNA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นพยานวัตถุที่ไม่เคยโกหก โดยผลการตรวจชี้ชัดไปในทิศทางเดียวกันว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากการเล็ดลอดออกมาเพียงแค่ “ครั้งเดียว” หรือจาก “แหล่งเดียว” แต่มีร่องรอยของการนำเข้ามาหลายครั้งและหลายระลอก
ทลายสมมติฐานเดิม เมื่อสายสัมพันธ์ทางพันธุกรรมแตกแขนง
ก่อนหน้านี้ สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักตั้งสมมติฐานว่า การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติของไทย น่าจะหลุดรอดมาจากผู้นำเข้ารายใดรายหนึ่งในอดีตเพียงครั้งเดียว แล้วเกิดการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นปลาที่ทนทานและโตไว
ทว่าเมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้นำตัวอย่างปลาหมอคางดำจากหลากหลายพื้นที่แพร่ระบาดมาเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาลำดับพันธุกรรม กลับพบอินไซต์ที่พลิกความคาดหมาย โครงสร้างโครงสร้างทางพันธุกรรมของกลุ่มประชากรปลาหมอคางดำในไทยมีความหลากหลายและแตกต่างกันในบางจุด ซึ่งในทางนิติวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมระบุว่า รูปแบบของ DNA ที่กระจายตัวเช่นนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการสืบสายพันธุ์มาจากปลาต้นทางกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว แต่เกิดจากการผสมผสานของปลาที่มีที่มาจากต่างสายสัมพันธ์ หรือมีการนำเข้าสู่ประเทศมากกว่าหนึ่งครั้ง
แกะรอย "รหัสลับพันธุกรรม" หลักฐานมัดตัวการแฝงตัวหลายระลอก
ผลการศึกษาทางดีเอ็นเอช่วยให้นักวิจัยสามารถปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ตัวที่หายไปในอดีตได้ชัดเจนขึ้น โดยแบ่งชุดข้อมูลโครงสร้างประชากรปลาออกเป็นกลุ่มๆ
หากปลาหลุดรอดมาเพียงครั้งเดียว รหัสพันธุกรรมของปลาทั่วประเทศควรจะเหมือนกันเกือบ 100% แต่ผลตรวจกลับพบความหลากหลายในแต่ละลุ่มน้ำ
ลักษณะร่องรอยทางพันธุกรรมสะท้อนว่า มีปลาหมอคางดำกลุ่มใหม่ๆ ที่มีดีเอ็นเอต่างไปจากกลุ่มแรกๆ เข้ามาสมทบในระบบนิเวศไทยเป็นระยะ ซึ่งคาดว่าเกิดจากการลักลอบนำเข้าหรือระบบตรวจสอบที่หละหลวมในหลายช่วงเวลา
ทัศนะและเสียงสะท้อนจากนักวิชาการผู้ไขรหัสลับ
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุศาสตร์สัตว์น้ำได้ให้มุมมองต่อการค้นพบรอยแผลทางประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมไทยครั้งนี้ไว้อย่างตรงไปตรงมา
“วิทยาศาสตร์และ DNA ไม่เคยโกหกใคร ตัวเลขและรหัสพันธุกรรมที่ปรากฏในห้องแล็บมันฟ้องชัดเจนว่า ปลาหมอคางดำที่กำลังยึดครองแหล่งน้ำของไทยในตอนนี้ไม่ได้มาจากแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ชุดเดียวกันทั้งหมด สมมติฐานที่เชื่อว่าหลุดมาระลอกเดียวจึงตกไป สิ่งที่เราเจอคือร่องรอยของการนำเข้าหลายครั้ง หลายช่วงเวลา ซึ่งข้อมูลนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่สะท้อนว่าระบบคัดกรองและการจัดการชายแดนด้านชีวภาพของเราในอดีตมีช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ยอมให้เอเลี่ยนสปีชีส์แฝงตัวเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
บทสรุปและมาตรการป้องกันในอนาคต
การถอดรหัสปริศนา “DNA ปลาหมอคางดำ” ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การหาคำตอบเพื่อชี้เป้าหาผู้รับผิดชอบในอดีตเท่านั้น แต่เป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ชิ้นสำคัญที่ภาครัฐต้องนำไปใช้บริหารจัดการวิกฤต
เมื่อความจริงปรากฏว่ามีการนำเข้าหลายครั้ง สิ่งที่ไทยต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการปิดประตูตายทุกบาน ปรับปรุงกฎหมายควบคุมการนำเข้าสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นให้เข้มงวดขั้นสูงสุด และใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับทางพันธุกรรมในการคุมเข้มฟาร์มเลี้ยงและผู้นำเข้า เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ความพินาศทางสิ่งแวดล้อมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำรอยกับสัตว์น้ำสายพันธุ์อื่นในอนาคต
ที่มาของข้อมูล : วิเคราะห์ปริศนาพันธุกรรมปลาหมอคางดำ โดย โพสต์ทูเดย์

