เปิดเหตุผล มาม่า เปลี่ยนโปรไฟล์เป็น ไวไว พันธ์ ชี้แข่งกันพัฒนา

เปิดเหตุผล มาม่า เปลี่ยนโปรไฟล์เป็น ไวไว “พันธ์ พะเนียงเวทย์” ชี้ แข่งกันพัฒนา ฝ่ากำลังซื้อฝืด


“ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ของประเทศไทย มูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาท กำลังร้อนฉ่า ฝ่าความท้าทายภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดตัวแรง

ขณะที่บะหมี่ ซอง 7 บาท ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ไม่โต ทำให้ผู้ผลิตในตลาด ต้องออกแรงกันดันยอดขาย หลังผ่านมาครึ่งปี ยอดขายโตต่ำ


“พันธ์ พะเนียงเวทย์” ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดกว่า 50% กล่าวกับมติชนออนไลน์ว่า ตลาดบะหมี่ปีนี้ราคา 7 บาท ไม่โต แต่ไม่ติดลบเพราะผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อ แต่ก็แอบลุ้นทั้งปีนี้ตลาดจะเติบโต 4-5% แต่เป็นการโตจาก “บะหมี่พรีเมี่ยม” ที่สร้างปรากฏการณ์ยอดขายเติบโตขึ้นมาก อย่างของ “มาม่า” ก็ได้ “มาม่าโอเค” มาช่วยดันยอดขาย โดยบะหมี่พรีเมี่ยมคิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ของตลาดรวม


“ภาพรวมยอดขายในช่วง 5 เดือนนี้ เติบโตแค่ 1-2% ต่ำจากเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 5-7% เนื่องจากตลาดไม่โต พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซื้อน้อยลง ไม่ซื้อตุน ซื้อเท่าที่มีเงิน เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังไม่ค่อยดี แต่โตได้เท่านี้ก็ถือว่าไม่ต่ำแล้ว เมื่อเทียบกับทุกอย่างในโลกและสภาพตลาด ที่ไม่มีอะไรโตเลย”


“พันธ์” บอกอีกว่า ภาพการแข่งขันของตลาดในปัจจุบันที่ดุเดือด เป็นเรื่องของการแข่งขันกันพัฒนาสินค้า เพิ่มรสชาติทางเลือกให้กับผู้บริโภค เช่น ออกสินค้าใหม่ราคาตั้งแต่ 7 บาทถึง 50 บาท รวมถึงจัดโปรโมชั่น สุดท้ายประโยชน์สูงสุดจะตกเป็นของผู้บริโภคที่มีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาม่า ยำยำ ไวไว นิสชิน และซื่อสัตย์

“มาม่าในครึ่งปีหลัง จะออกสินค้าใหม่หลายรสชาติ เดือนกรกฎาคมนี้จะมีมาม่าก๋วยเตี๋ยวเรือ รวมถึงจัดโปรโมชั่นครั้งใหญ่ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและช่วยซัพพอร์ตผู้บริโภค รวมถึงออกสินค้าใหม่กลุ่มพรีเมี่ยม เนื่องจากมาม่าราคา 7 บาท ซึ่งเป็นสินค้าตลาดแมส ตลาดไม่โต แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ เพราะยังมีลูกค้าเป็นขาประจำอยู่” พันธ์กล่าว


สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 “พันธ์” ประเมินว่า ยังไม่มีปัจจัยบวกใด ๆ ที่มีสัญญาณเข้ามา ที่จะสามารถทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตามจากการสอบถามภาคธุรกิจ เช่น ธุรกิจอสังหาฯ มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวน่าจะใช้เวลาอีก 3 ปี ดังนั้นจึงต้องประคับประคองตัวให้ผ่าน 3 ปีนี้ไปให้ได้


“เศรษฐกิจของไทย พึ่งพาภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันภาคการท่องเที่ยววิกฤต คนจีนหาย ยังดีมีประเทศตะวันออกกลางเข้ามา แต่ช่วยได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้ทุกคนจึงต้องการมาตรการที่เป็นควิกวิน มากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ๆ ในครึ่งปีหลัง ซึ่งการแจกเงินคงไม่ใช่ทางออก ส่วนระยะยาวต้องเป็นเรื่องของการปรับโครงสร้างของประเทศ เช่น ด้านการศึกษา เป็นต้น” พันธ์กล่าวย้ำ


ทั้งหมดเป็นคำตอบของ “พันธ์” ทายาทเจ้าพ่อมาม่า หลังปล่อยแคมเปญการตลาด ปล่อยภาพสนับสนุน “ความหลากหลายทางเส้น” ผ่านเฟซบุ๊ก เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปโลโก้คู่แข่ง


พร้อมยังแชร์โพสต์ดังกล่าวและว่า “การแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้ทุกคนต้องแข่งขันกันพัฒนา สุดท้ายประโยชน์สูงสุดก็จะเป็นของผู้บริโภค #มาม่าสนับสนุนความหลากหลายเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค”

ที่มาของข้อมูล : https://www.prachachat.net