ในสมรภูมิธุรกิจคลินิกความงามและการดูแลสุขภาพที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดจนกลายเป็นน่านน้ำสีแดง (Red Ocean) การสร้างแบรนด์ให้เติบโตและยืนระยะได้อย่างมั่นคงถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการ ทว่าสปอตไลต์ทุกดวงในเวลานี้ต่างจับจ้องไปที่แนวทางการบริหารงานอันทรงประสิทธิภาพของ “คุณหมอเติ้ล-นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่สามารถนำพาองค์กรก้าวข้ามทุกขีดจำกัด พลิกโฉมธุรกิจด้วยยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงและสร้างความเติบโตแบบ “Multi-Brand Portfolio” จนสามารถขับเคลื่อนอาณาจักรสร้างรายได้รวมทะลุ 4,000 ล้านบาท ได้สำเร็จเป็นประวัติการณ์
เมื่อแบรนด์เดียวไม่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกคน
Pain Point ที่สำคัญของอุตสาหกรรมคลินิกความงามในอดีต คือการที่ผู้ประกอบการมักยึดติดกับการสร้างแบรนด์เพียงแบรนด์เดียวเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกกลุ่ม (One Size Fits All) ซึ่งในความเป็นจริง พฤติกรรม ความต้องการ รวมถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความหลากหลายและจำแนกย่อยออกไปอย่างชัดเจน
คุณหมอเติ้ล-อภิรุจ มองเห็นโอกาสและช่องว่างทางการตลาดนี้ จึงได้ตัดสินใจฉีกตำราธุรกิจรูปแบบเดิมๆ หันมาใช้ยุทธศาสตร์การสร้างและบริหารแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอให้มีความหลากหลาย (Multi-Brand Portfolio) โดยแต่ละแบรนด์ภายใต้เครือจะถูกออกแบบให้มีบุคลิก จุดขาย และกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนไม่ทับซ้อนกัน ทำให้สามารถเข้าถึงและยึดครองพื้นที่ในใจของลูกค้าได้ครอบคลุมในทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ระดับพรีเมียมไปจนถึงกลุ่มมัสมาเก็ต
เจาะลึกยุทธศาสตร์ Multi-Brand Portfolio โครงสร้างสู่ยอดขาย 4,000 ล้าน
การถอดรหัสกลยุทธ์การบริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ที่หลากหลายของคุณหมอเติ้ล ชี้ให้เห็นถึง 3 แกนหลักสำคัญในการวางรากฐานธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ดังนี้
1. การแบ่งเซกเมนต์ลูกค้าอย่างแม่นยำ (Market Segmentation) การไม่นำแบรนด์ต่างระดับมาแข่งกันเอง แต่เลือกดีไซน์บริการและราคาให้ตอบโจทย์ Pain Point ของลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่างตรงจุด ทำให้เกิดการรับรู้แบรนด์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุด
2. การใช้ทรัพยากรร่วมกันเพื่อลดต้นทุน (Synergy & Shared Services) แม้ภายนอกจะมีหลากหลายแบรนด์แยกจากกัน แต่ระบบหลังบ้าน (Back Office) รวมถึงการจัดซื้อ เทคโนโลยี และการบริหารห่วงโซ่อุปทานถูกรวมศูนย์ไว้ด้วยกัน ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างมหาศาล
3. การสร้างมาตรฐานการบริการระดับสูง (Standardization) ทุกแบรนด์ในเครือยังคงยึดมั่นในเรื่องคุณภาพความปลอดภัย นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัย และผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความไว้วางใจและเกิดการบอกต่อของผู้รับบริการ
คุณหมอเติ้ล-นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ ได้เปิดเผยถึงปรัชญาการทำงานและวิธีคิดเบื้องหลังความสำเร็จในการบริหารรายได้แตะระดับ 4,000 ล้านบาทไว้ได้อย่างลึกซึ้ง
“การทำธุรกิจในยุคนี้เราไม่สามารถใช้ธงผืนเดียวเพื่อไปรบในทุกสมรภูมิได้ พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปเร็วมากและพวกเขามีทางเลือกมากมาย ยุทธศาสตร์ Multi-Brand Portfolio จึงเป็นคำตอบที่ทำให้เราสามารถเข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้ทุกกลุ่มโดยไม่เกิดการแย่งตลาดกันเอง หัวใจสำคัญคือการบริหารสัดส่วนของพอร์ตโฟลิโอให้สมดุลและมั่นคง ระบบหน้าบ้านต้องสร้างความแตกต่างและส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจ ส่วนระบบหลังบ้านต้องแข็งแกร่งและผสานพลังร่วมกันเพื่อควบคุมต้นทุน รายได้ 4,000 ล้านบาทที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด แต่เป็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์ว่าแนวคิดการบริหารที่เน้นความเข้าใจผู้บริโภคและความยืดหยุ่นทางธุรกิจของเราเดินมาถูกทางแล้ว”
กรณีศึกษาในการบริหารงานของ คุณหมอเติ้ล-อภิรุจ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการพลิกแพลงกลยุทธ์การตลาดและการบริหารองค์กรให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก
การใช้ยุทธศาสตร์ Multi-Brand Portfolio ควบคู่ไปกับการควบคุมมาตรฐานและความโปร่งใสทางธุรกิจ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างการเติบโตของรายได้อย่างก้าวกระโดดสู่วงเงิน 4,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างที่ยืดหยุ่นและพร้อมจะกระจายความเสี่ยง พร้อมที่จะรองรับการขยายตัวและก้าวข้ามทุกความท้าทายบนสมรภูมิธุรกิจความงามและสุขภาพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ที่มาของข้อมูล : การวิเคราะห์เจาะลึกกลยุทธ์การบริหารธุรกิจของ นพ.อภิรุจ ทองวัฒน์ โดย MarketThink