
บมจ.มาลี กรุ๊ป หรือ MALEE ประกาศยุทธศาสตร์ทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ภายใต้วิสัยทัศน์ “Beyond Fruit to Global Wellbeing” มุ่งหน้าสู่การเป็นบริษัทส่งมอบสุขภาวะระดับโลกภายในปี 2571 โดยชูความสำเร็จของบริษัทย่อย Malee Applied Sciences (MAS) เป็นหัวหอกในการบุกตลาดนวัตกรรมขั้นสูง (Deep Tech)
รับมือวิกฤตโลกด้วยพอร์ตสินค้าที่หลากหลาย
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MALEE เปิดเผยสถานการณ์ภาพรวมปี 2569 ว่า แม้โลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ แต่บริษัทฯ ยังคงเป้ายอดขายเติบโตที่ 10-15% โดยอาศัยความได้เปรียบจากพอร์ตสินค้าที่หลากหลายและความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่มีทั้งกล่องกระดาษและกระป๋องชนิดต่างๆ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ส่งออกไปเน้นตลาดที่มีศักยภาพสูงอย่าง จีน เกาหลี อินโดนีเซีย และเวียดนาม
MAS: หัวใจสำคัญของ New S-Curve
หัวใจสำคัญของการเติบโตในปีนี้ คือการมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า B2B ผ่านนวัตกรรมของ MAS ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ (Encapsulation & Delivery System) โดยใช้ Deep Tech ทั้งด้าน Biotechnology และ Nanotechnology เพื่อส่งมอบสารอาหารและสารบำรุงที่แม่นยำตรงจุดในระดับเซลล์
นายเอกรินทร์ ได้เน้นย้ำถึงทิศทางใหม่ว่า:
“เราจะทรานส์ฟอร์มจาก Food base Company เป็น Global Wellbeing Company โดยใช้นวัตกรรมที่คิดค้นจาก MAS ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ สินค้าใหม่ของเราจะไม่ใช่แค่ทานแล้วอร่อยหรือสดชื่น แต่ต้องเน้นทานแล้วมีประโยชน์และพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด”
ดันนวัตกรรมไทยสู่เวทีโลก
ปัจจุบัน MAS ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัตถุดิบสำหรับสกินแคร์และความงามจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว 12 รายการ และเตรียมบุกตลาดต่างประเทศเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะในยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ล่าสุดเตรียมนำนวัตกรรม BROMEXOL ระบบนำส่งสารสกัดจากเปลือกสับปะรด (Upcycled Plant Bioactives) ไปเปิดตัวในงานระดับโลกอย่าง In-Cosmetics Global 2026 ณ กรุงปารีส เพื่อโชว์ศักยภาพ Deep Tech ของไทย
นายเอกรินทร์ กล่าวทิ้งท้ายถึงคุณค่าของทรัพยากรไทยว่า:
“ศักยภาพของไทยที่มีความหลากหลายทางเกษตร คือจุดตั้งต้นสำคัญในการสร้างสารสกัดมูลค่าสูงให้กลายเป็นนวัตกรรมระดับโลก เราเปลี่ยนจากสารสกัดธรรมชาติแบบเดิมๆ ให้เป็นสารสำคัญที่ให้ผลลัพธ์จริงในระดับเซลล์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กรอบ ESG อย่างยั่งยืน”
จากการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนากว่า 50 ล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา MALEE มั่นใจว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจในครั้งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาวะในระดับสากลตามเป้าหมายที่วางไว้

ที่มาของข้อมูล : https://www.infoquest.co.th/2026/582312